ประกาศเกี่ยวกับความเป็นส่วนตัว (Privacy Notice)

สำหรับผู้เช่าและผู้ใช้บริการอาคารอับดุลราฮิม เพลส

 

ประกาศเกี่ยวกับความเป็นส่วนตัว

1.คำนิยาม

2.วัตถุประสงค์และฐานกฎหมายในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล

3.ข้อมูลส่วนบุคคลที่เก็บรวบรวมและใช้

4.การเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล

5. สิทธิตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

6.การส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลไปยังต่างประเทศ

7.ระยะเวลาในการเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคล

8.การรักษาความมั่นคงปลอดภัยข้อมูลส่วนบุคคล

9.การมีส่วนร่วมของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล

10.ความรับผิดชอบของบุคคลซึ่งเป็นผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล

11.การเปลี่ยนแปลงแก้ไขประกาศเกี่ยวกับความเป็นส่วนตัว

12.การติดต่อสอบถาม 







 ประกาศเกี่ยวกับความเป็นส่วนตัว (Privacy Notice)

สำหรับผู้เช่าและผู้ใช้บริการของอาคารอับดุลราฮิม เพลส ประกาศ ณ วันที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2568

    กองทุนรวมทรัพย์สินไทย 1 โดยบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน เกียรตินาคินภัทร จำกัด ("กองทุนฯ") ตระหนักและให้ความสำคัญกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ของผู้เช่าและผู้ใช้บริการของ อาคารอับดุลราฮิม เพลส โดย กองทุนฯ มีความรับผิดชอบในการรักษาความปลอดภัยแก่ข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลที่อยู่ภายใต้ความดูแลของกองทุนฯ และมุ่งมั่นที่จะจัดการข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวด้วยวิธีการที่มั่นคงปลอดภัย จึงจัดทำประกาศนี้ขึ้นเพื่อให้เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลทราบวัตถุประสงค์ในการเก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ตลอดจนระยะเวลาการเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคล รวมทั้งสิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลในฐานะเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลภายใต้พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ทั้งนี้ กองทุนฯ ในฐานะผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลจะดำเนินการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลตามวัตถุประสงค์ที่กำหนดไว้ในประกาศนี้

1.คำนิยาม

    “อาคาร” หมายความว่า อาคารอับดุลราฮิม เพลส

    “ข้อมูลส่วนบุคคล” หมายความว่า ข้อมูลเกี่ยวกับบุคคลซึ่งทำให้สามารถระบุตัวบุคคลนั้นได้ ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม แต่ไม่รวมถึงข้อมูลของผู้ถึงแก่กรรมโดยเฉพาะ

    “ข้อมูลส่วนบุคคลอ่อนไหว” หมายความว่า ข้อมูลส่วนบุคคลตามที่ถูกบัญญัติไว้ในมาตรา 26 แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ.  2562 ได้แก่ ข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวกับเชื้อชาติ เผ่าพันธุ์ ความคิดเห็นทางการเมือง ความเชื่อในลัทธิ ศาสนาหรือปรัชญา พฤติกรรมทางเพศ ประวัติอาชญากรรม ข้อมูลสุขภาพ ความพิการ ข้อมูลสหภาพแรงงาน ข้อมูลพันธุกรรม ข้อมูลชีวภาพ หรือข้อมู ลอื่นใดซึ่งกระทบต่อเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลในทำนองเดียวกันตามที่คณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลประกาศกำหนด 

    “ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล” หมายความว่า บุคคลหรือนิติบุคคลซึ่งมีอำนาจหน้าที่ตัดสินใจเกี่ยวกับการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล 

    “ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล” หมายความว่า บุคคลหรือนิติบุคคลซึ่งดำเนินการเกี่ยวกับการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลตามคำสั่งหรือในนามของกองทุนฯ 

    “เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล” หมายความว่า ผู้เช่าหรือผู้ใช้บริการของอาคาร 

    “ผู้เช่า” หมายความว่า บุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลที่ทำสัญญาเช่าหรือมีนิติสัมพันธ์อื่นใดกับกองทุนฯ  ที่เกี่ยวเนื่องกับการเช่าพื้นที่ของอาคาร ทั้งในฐานะผู้เช่า พนักงาน ลูกจ้าง ตัวแทน หรือบุคคลใด ๆ ที่มีอำนาจในการสร้างความสัมพันธ์ทางธุรกิจหรือดำเนินธุรกรรม และรวมถึงผู้รับจ้างของผู้เช่า 

    “ผู้ใช้บริการ” หมายความว่า บุคคลธรรมดาที่มาใช้บริการในพื้นที่อาคาร รวมถึงบุคคลธรรมดาที่มาติดต่อผู้เช่าหรือผู้ใช้บริการในอาคาร และรวมถึงผู้รับจ้างของกองทุนฯ

    “การประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล” หมายความว่า การดำเนินการหรือชุดการดำเนินการในการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลด้วยระบบอัตโนมัติหรือไม่ก็ได้ เช่น การเก็บรวบรวม การบันทึก การจัดระเบียบ การจัดโครงสร้าง การจัดเก็บ การดัดแปลง การปรับเปลี่ยน การกู้คืน การใช้ การเปิดเผยด้วย การส่ง การแพร่กระจาย หรือทำให้มีอยู่ การจัดวางให้ถูกตำแหน่ง การรวม การจำกัด การลบ และการทำลาย รวมถึงการอื่นใดที่ถูกควบคุมโดยกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

2.วัตถุประสงค์และฐานกฎหมายในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล

2.1 วัตถุประสงค์และฐานกฎหมายในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลที่เป็นผู้เช่า

วัตถุประสงค์ฐานกฎหมาย

(1) เพื่อใช้ในการติดต่อ ประสานงาน การให้บริการและอำนวยความสะดวกแก่ผู้เช่า รวมถึงการติดต่อในกรณีเกิดเหตุฉุกเฉินของผู้เช่า

(1)  ฐานการปฏิบัติตามสัญญา (Contract) 
(2) ฐานประโยชน์อันชอบธรรม (Legitimate Interest)
(2) เพื่อการตลาด การสื่อสาร การเผยแพร่ และประชาสัมพันธ์ ข้อมูลข่าวสาร ข้อเสนอเกี่ยวกับการให้บริการต่าง ๆ ทั้งของอาคารและพันธมิตรทางธุรกิจ หรือเชิญเข้าร่วมกิจกรรมหรือบริการอื่น ๆ ให้ผู้เช่าทราบ(1) ฐานคประโยชน์อันชอบธรรม (Legitimate Interest)
(2) ฐานความยินยอม (Consent) เฉพาะในกรณีที่ต้องได้รับความยินยอมในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล
(3) เพื่อทำสัญญาและจัดการความสัมพันธ์ตามสัญญาของกองทุนฯ กับเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล รวมถึงการดำเนินการในด้านต่าง ๆ เกี่ยวกับการเช่าหรือใช้พื้นที่ เช่น การตกแต่ง การปรับปรุงพื้นที่เช่าและพื้นที่ส่วนกลาง การนำของหรือทรัพย์สินเข้า-ออก การยื่นขอคืนเงินค้ำประกัน การใช้พื้นที่จอดรถของอาคาร การทำบัตรเข้า-ออกอาคาร การชำระค่าปรับกรณีบัตรหาย บัตรชำรุด การใช้พื้นที่วางระบบสัญญาณต่าง ๆ ฐานการปฏิบัติตามสัญญา (Contract)
(4) เพื่อใช้ในการพิสูจน์และการยืนยันตัวตนเพื่อการลงทะเบียน การตรวจสอบ รวมถึงการยืนยันเพื่อการตรวจสอบการเข้า-ออกอาคารของผู้เช่า และผู้รับจ้างหรือผู้ให้บริการแก่ผู้เช่า(1) ฐานการปฏิบัติตามสัญญา (Contract)
(2) ฐานความยินยอม (consent) เฉพาะในกรณีที่ต้องได้รับความยินยอมในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล
(5) เพื่อประมวลผลธุรกรรมทางการเงินหรือการชำระเงิน และบริการที่เกี่ยวข้องกับการชำระเงิน การดำเนินการเกี่ยวกับเอกสารการรับเงิน การออกใบแจ้งหนี้ ใบกำกับภาษี ใบเสร็จรับเงิน การตรวจสอบธุรกรรม การยืนยัน การยกเลิก การคืนหลักทรัพย์ค้ำประกัน การเรียกเก็บค่าใช้จ่ายและค่าบริการต่าง ๆ และการจัดส่งเอกสารดังกล่าวฐานการปฏิบัติตามสัญญา (Contract)
(6) เพื่อตรวจสอบ เฝ้าระวัง และปกป้องความปลอดภัยจากการถูกโจรกรรม การทำร้าย การทำลายทรัพย์สิน หรืออาชญากรรมอื่น รวมถึงการใช้หรือเปิดเผยภาพที่บันทึกไว้เป็นหลักฐานเพื่อดำเนินคดีหรือหาตัวผู้กระทำความผิด หรือเพื่อให้ความช่วยเหลือในกระบวนการระงับข้อพิพาท หรือเปิดเผยตามอำนาจของเจ้าหน้าที่ของรัฐร้องขอ เช่น ภาพนิ่ง ภาพเคลื่อนไหว รวมถึงข้อมูลทรัพย์สิน (ยานพาหนะ) หรือข้อมูลส่วนบุคคลที่ปรากฏให้เห็นได้จากภาพเคลื่อนไหวที่บันทึกโดยกล้องโทรทัศน์วงจรปิด เมื่อมีการเข้ามาภายในพื้นที่ของ กบข.(1) ฐานประโยชน์อันชอบธรรม (Legitimate Interest) 
(2) ฐานการปฏิบัติตามกฎหมาย (Legal Obligation) 
(7) เพื่อปฏิบัติให้เป็นไปตามกฎระเบียบ กฎหมาย เช่น การปฏิบัติตามข้อกำหนดหรือกระบวนการทางกฎระเบียบ กฎหมาย หรือคำสั่งของหน่วยงานของรัฐที่มีอำนาจและหน้าที่ตามกฎหมาย คำสั่งศาล หน่วยงานกำกับดูแล หน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย หรือเจ้าพนักงานที่มีหน้าที่ และอำนาจตามกฎหมาย เป็นต้นฐานการปฏิบัติตามกฎหมาย (Legal Obligation) 
(8) เพื่อการปฏิบัติตามข้อบังคับของกฎหมายควบคุมอาคาร เช่น การอบรมดับเพลิง การฝึกซ้อมอพยพหนีไฟฐานการปฏิบัติตามกฎหมาย (Legal Obligation)

(9) เพื่อการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนจากการละเมิด หรือการจัดการป้องกันการสูญเสียทรัพย์สินฐานประโยชน์อันชอบธรรม (Legitimate Interest) 
(10) เพื่อประโยชน์ในการสำรวจ การวิเคราะห์ การประเมิน การจัดทำสถิติที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาบริการ การนำเสนอบริการ การสื่อสาร ประชาสัมพันธ์ต่าง ๆ ที่เหมาะสม(1) ฐานประโยชน์อันชอบธรรม (Legitimate Interest)
(2) ฐานความยินยอม (Consent) เฉพาะในกรณีที่ต้องได้รับความยินยอมในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล 
(11) เพื่อการจัดการความสัมพันธ์ เพื่ออำนวยความสะดวกในการใช้บริการ เพื่อบริหารจัดการคำขอ ข้อสอบถาม ข้อเสนอแนะ หรือข้อร้องเรียนที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงานหรือการให้บริการ รวมถึงการจัดการปัญหาที่เกิดขึ้นจากการดำเนินงานฐานประโยชน์อันชอบธรรม (Legitimate Interest) 
(12) เพื่อการใช้งานระบบต่าง ๆ หรือบริการที่จำเป็นต้องมีการพิสูจน์และยืนยันตัวตน เช่น การลงทะเบียนสมัครใช้ระบบฐานประโยชน์อันชอบธรรม (Legitimate Interest)

(13) เพื่อกิจการภายในของ กองทุนฯ เช่น

ก) เพื่อการบริหารจัดการภายในองค์กร การวางแผน การรายงาน การกำกับตรวจสอบ การดำเนินการที่เกี่ยวข้องกับการเบิกจ่ายของหน่วยบัญชีและการเงินของกองทุนฯ โดยจะจำกัดการใช้หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลเท่าที่จำเป็น

(ข) เพื่อใช้และเปิดเผยให้กับผู้ให้บริการเพื่อทำหน้าที่ต่าง ๆ หรือให้บริการบางอย่างในนามของกองทุนฯ หรือผู้รับเหมาช่วงของผู้ให้บริการในบางกรณีตามที่กองทุนฯ  อนุญาต

(1) ฐานประโยชน์อันชอบธรรม (Legitimate Interest)

(2) ฐานการปฏิบัติตามกฎหมาย (legal Obligation

(14) เพื่อการจัดเก็บข้อมูล Log ตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง การเฝ้าระวังเหตุการณ์ภัยคุกคามทางด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ การให้บริการและการแก้ไขปัญหาการใช้งานระบบโครงสร้างพื้นฐานสารสนเทศ

(1) ฐานการปฏิบัติตามกฎหมาย (Legal Obligation)

(2) ฐานประโยชน์อันชอบธรรม (Legitimate Interest)


2.2.วัตถุประสงค์และฐานกฎหมายในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลที่เป็นผู้ใช้บริการ หรือบุคคลอื่น ๆ ที่ กองทุนฯ ได้รับข้อมูลส่วนบุคคล 

                                                                                           วัตถุประสงค์                                                                                       ฐานกฎหมาย
(1) ข้อมูลเพื่อใช้ในการยืนยันตัวตน เช่น ชื่อ-นามสกุล หมายเลขบัตรประจำตัว  ประชาชน เอกสารข้อมูลระบุตัวตนฐานประโยชน์อันชอบธรรม (Legitimate Interest) 
(2) ข้อมูลเพื่อใช้ในการติดต่อ ประสานงาน การให้บริการ และการแจ้งข้อมูลต่าง ๆ เช่น ชื่อ-นามสกุล เลขบัตรประจำตัวประชาชนหรือหนังสือเดินทาง หมายเลขโทรศัพท์ ไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ ที่อยู่ ทะเบียนรถ ภาพถ่ายผู้ใช้บริการและทรัพย์สิน (ยานพาหนะ) เวลาเข้า-ออกอาคารฐานประโยชน์อันชอบธรรม (Legitimate Interest)
(3) ข้อมูลจากกล้องโทรทัศน์วงจรปิด เช่น ภาพนิ่ง ภาพเคลื่อนไหว รวมถึงข้อมูลทรัพย์สิน (ยานพาหนะ) หรือข้อมูลส่วนบุคคลที่ปรากฏให้เห็นได้จากภาพเคลื่อนไหวที่บันทึกโดยกล้องโทรทัศน์วงจรปิด เมื่อมีการเข้ามาภายในพื้นที่ของ กบข. (1) ฐานประโยชน์อันชอบธรรม (Legitimate Interest)
(2) ฐานการปฏิบัติตามกฎหมาย (legal Obligation)
(4) เพื่อการจัดเก็บข้อมูล Log ตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง การเฝ้าระวังเหตุการณ์ภัยคุกคามทางด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ การให้บริการและการแก้ไขปัญหาการใช้งานระบบโครงสร้างพื้นฐานสารสนเทศ(1) ฐานการปฏิบัติตามกฎหมาย (Legal Obligation)
(2) ฐานประโยชน์อันชอบธรรม (Legitimate Interest)

    ข้อมูลส่วนบุคคลที่กองทุนฯ  เก็บรวบรวมเพื่อวัตถุประสงค์ดังกล่าวข้างต้นเป็นข้อมูลที่จำเป็นสำหรับการปฏิบัติงานของ กองทุนฯ หรือการปฏิบัติตามกฎหมายต่าง ๆ ที่ใช้บังคับกับกองทุน ทั้งนี้ หากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลไม่ให้ข้อมูลส่วนบุคคลที่จำเป็นดังกล่าว การปฏิบัติหน้าที่หรือให้บริการของกองทุนฯ อาจไม่บรรลุวัตถุประสงค์ตามความต้องการของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลได้ ในกรณีที่ กองทุนฯ ประสงค์จะประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลนอกเหนือจากวัตถุประสงค์ดังกล่าวข้างต้น กองทุนฯ จะแจ้งวัตถุประสงค์ให้เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลทราบ เว้นแต่ในกรณีที่มีกฎหมายบัญญัติไว้ ทั้งนี้ หากกองทุนฯ จำเป็นต้องขอความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล กองทุนฯ จะขอความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลเป็นรายกรณี นอกจากนี้ในกรณีที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลได้ให้ข้อมูลของบุคคลอื่นแก่กองทุนฯ เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลจะต้องรับผิดชอบในการแจ้งให้บุคคลเหล่านั้นทราบถึงประกาศนี้ หรือดำเนินการขอความยินยอม (หากจำเป็น)

3.ข้อมูลส่วนบุคคลที่ กองทุนฯ เก็บรวบรวมและใช้ 
    กองทุนฯ เก็บรวบรวมและใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลเท่าที่จำเป็นภายใต้วัตถุประสงค์อันชอบด้วยกฎหมายตามรายการดังต่อไปนี้

3.1 แหล่งข้อมูลและรายการข้อมูลส่วนบุคคลที่เก็บรวบรวม 

(1)  การเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลโดยตรง   

    (ก) ข้อมูลส่วนบุคคลทั่วไป เช่น ชื่อ-นามสกุล เลขบัตรประจำตัวประชาชนหรือหนังสือเดินทาง ลายมือชื่อ ภาพถ่าย หรือภาพเคลื่อนไหว
    (ข) ข้อมูลเกี่ยวกับการติดต่อ เช่น ที่อยู่ หมายเลขโทรศัพท์ หรือไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์
    (ค) ข้อมูลทางการเงิน เช่น บัญชีธนาคาร (เลขที่บัญชี ชื่อบัญชี ประเภทบัญชี หรือชื่อธนาคาร) หนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย เลขประจำตัวผู้เสียภาษี รวมถึงข้อมูลทรัพย์สิน (ยานพาหนะ) ที่เข้ามาภายในพื้นที่ 
    (ง) ข้อมูลจากการเข้าร่วมกิจกรรม เช่น ข้อมูลการลงทะเบียนอบรม ประชุม ข้อมูลการสำรวจความคิดเห็น รวมถึงข้อมูลภาพถ่ายหรือภาพเคลื่อนไหว หรือข้อมูลการบันทึกเสียงจากการเข้าร่วมงานหรือเข้าร่วมกิจกรรม 

    (จ) ข้อมูลส่วนบุคคลอื่นใดที่เกี่ยวข้องกับการเช่าหรือการใช้บริการ เช่น ข้อมูลคำขอใช้บริการ

    (ฉ) ข้อมูลบุคคลภายนอกที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลได้เปิดเผยต่อ กองทุนฯ  เป็นข้อมูลที่เจ้าของ ข้อมูลส่วนบุคคลได้แจ้งและได้รับความยินยอมจากบุคคลดังกล่าวให้เปิดเผยแก่ กองทุนฯ รวมทั้งยินยอมให้กองทุนฯ. ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของบุคคลนั้น เพื่อวัตถุประสงค์ตามที่ระบุในประกาศนี้ เช่น ข้อมูลส่วนบุคคลทั่วไปของ บุคคลในครอบครัว

    (ช) ข้อมูลส่วนบุคคลอื่นที่ได้รับความยินยอม เช่น ข้อมูลที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลได้ให้ความ ยินยอมไว้ให้แก่ กองทุนฯ หรือข้อมูลส่วนบุคคลอ่อนไหว (ข้อมูลชีวภาพหรือข้อมูลชีวมิติ)

(2) การเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลจากแหล่งอื่น เช่น ข้อมูล ส่วนบุคคลจากบุคคลที่สาม หรือแพลตฟอร์มของบุคคลที่สาม หรือแหล่งอื่น ๆ ที่เปิดเผยต่อสาธารณะ เช่น ชื่อ-นามสกุล หมายเลขโทรศัพท์ติดต่อ ไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ สถานที่ทำงาน ข้อมูลบนบัตรที่ออกโดยรัฐบาล (ข้อมูลบัตรประจำตัวประชาชน หรือหนังสือเดินทาง)

(3) ข้อมูลที่เก็บจากอุปกรณ์ดิจิทัล รวมทั้งข้อมูลใด ๆ เกี่ยวกับระบบคอมพิวเตอร์หรืออุปกรณ์ เทคโนโลยีที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลใช้เพื่อเข้าสู่ระบบช่องทางการให้บริการ เช่น เว็บไซต์ แอปพลิเคชัน หรือ สื่อสังคมออนไลน์ที่ กองทุนฯ ใช้เป็นช่องทางในการให้บริการและติดต่อกับเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล โดยจะมีการรวบรวม ข้อมูลเกี่ยวกับเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลและกิจกรรมออนไลน์ของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล เช่น ข้อมูลการใช้งานหรือ เข้าสู่ระบบ

3.2 การเก็บรวบรวมและใช้ข้อมูลส่วนบุคคลอ่อนไหว

    ในกรณีที่จำเป็นกองทุนฯ จะทำการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลอ่อนไหวของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล โดยได้รับความยินยอมโดยชัดแจ้งจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลหรือมีข้อยกเว้นในการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล อ่อนไหวโดยไม่ได้รับความยินยอมโดยชัดแจ้งจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลตามมาตรา 26 แห่งพระราชบัญญัติ คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ซึ่ง กองทุนฯ จะใช้ความพยายามอย่างดีที่สุดในการจัดให้มีมาตรการรักษาความ มั่นคงปลอดภัยที่เพียงพอเพื่อปกป้องคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลอ่อนไหวของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ทั้งนี้ กองทุนฯ จะประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลอ่อนไหวดังกล่าวเพื่อวัตถุประสงค์ตามที่กฎหมายกำหนดไว้และตามวัตถุประสงค์ ที่กองทุนฯ แจ้งไว้

    ในกรณีที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลไม่ประสงค์ให้ทำการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลอ่อนไหว แต่ข้อมูลส่วนบุคคลอ่อนไหวดังกล่าวปรากฏอยู่บนบัตรประจำตัวประชาชนหรือเอกสารอื่นใดที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลได้ สมัครใจเปิดเผยไว้ต่อ กองทุนฯ หรือส่งมอบข้อมูลใดที่ปรากฏข้อมูลส่วนบุคคลอ่อนไหวให้แก่ กบข. ไม่ว่าจะเป็นการ ส่งมอบในลักษณะที่เป็นเอกสารหรือสื่ออื่นใด กองทุนฯ แนะนำให้เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลเป็นผู้ปกปิดข้อมูลส่วนบุคคล อ่อนไหวเหล่านี้ด้วยตัวเอง โดยวิธีการขีดฆ่าข้อมูลส่วนบุคคลอ่อนไหว อย่างไรก็ตาม หากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล มิได้ปกปิดข้อมูลด้วยตัวเอง กองทุนฯ ถือว่าเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลได้อนุญาตโดยชัดแจ้งให้ กองทุนฯ ทำการปกปิดข้อมูล ส่วนบุคคลอ่อนไหวให้แก่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล และให้ถือว่าข้อมูลส่วนบุคคลอ่อนไหวที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ส่งมอบมาและกองทุนฯ ได้จัดการปกปิดข้อมูลส่วนบุคคลอ่อนไหวให้แล้วนั้น เป็นเอกสารที่สมบูรณ์ใช้บังคับได้ตาม กฎหมายทุกประการ และกองทุนฯสามารถนำไปทำการประมวลผลได้ภายใต้พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ทั้งนี้ หากเป็นกรณีที่กองทุนฯ ไม่สามารถจัดการปกปิดข้อมูลส่วนบุคคลอ่อนไหวให้ได้เนื่องด้วยปัญหา พ.ศ. 2562 ทั้งปี หากเป็นกรณีที่กองทุนฯ ไม่สามารถจัดการปกปิดข้อมูลส่วนบุคคลอ่อนไหวให้ได้เนื่องด้วยปัญหา ตัวตนของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลเท่านั้น

3.3 ข้อมูลส่วนบุคคลของผู้เยาว์ คนเสมือนไร้ความสามารถ และคนไร้ความสามารถ

    ในกรณีที่ กองทุนฯ ทราบว่า ข้อมูลส่วนบุคคลที่จำเป็นต้องได้รับความยินยอมในการเก็บรวบรวม เป็นของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลซึ่งเป็นผู้เยาว์ คนเสมือนไร้ความสามารถ หรือคนไร้ความสามารถ กองทุนฯ จะไม่ทำการ เก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลนั้นจนกว่าจะได้รับความยินยอมจากผู้ใช้อำนาจปกครองที่มีอำนาจกระทำการแทน ผู้เยาว์ หรือผู้พิทักษ์ หรือผู้อนุบาล ตามแต่กรณี ทั้งนี้ เป็นไปตามเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนดดังต่อไปนี้

(1) ในกรณีที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลเป็นผู้เยาว์ซึ่งยังไม่บรรลุนิติภาวะโดยการสมรสหรือไม่มีฐานะ เสมือนดังบุคคลซึ่งบรรลุนิติภาวะแล้วตามมาตรา 27 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ การขอความยินยอม จากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวให้ดำเนินการดังต่อไปนี้

    (ก) ในกรณีที่การให้ความยินยอมของผู้เยาว์ไม่ใช่การใด ๆ ซึ่งผู้เยาว์อาจให้ความยินยอมโดยลำพัง ได้ตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา 22 มาตรา 23 หรือมาตรา 24 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ต้องได้รับความ ยินยอมจากผู้ใช้อำนาจปกครองที่มีอำนาจกระทำการแทนผู้เยาว์ด้วย

    (ข) ในกรณีที่ผู้เยาว์มีอายุไม่เกินสิบปี ให้ขอความยินยอมจากผู้ใช้อำนาจปกครองที่มีอำนาจ กระทำการแทนผู้เยาว์

(2) ในกรณีที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลเป็นคนเสมือนไร้ความสามารถ การขอความยินยอมจากเจ้าของ ข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าว ให้ขอความยินยอมจากผู้พิทักษ์ที่มีอำนาจกระทำการแทนคนเสมือนไร้ความสามารถ

(3) ในกรณีที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลเป็นคนไร้ความสามารถ การขอความยินยอมจากเจ้าของข้อมูล ส่วนบุคคลดังกล่าว ให้ขอความยินยอมจากผู้อนุบาลที่มีอำนาจกระทำการแทนคนไร้ความสามารถ ในกรณีที่กองทุนฯ ไม่ทราบมาก่อนว่าเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลเป็นผู้เยาว์ คนเสมือนไร้ความสามารถหรือ คนไร้ความสามารถ และมาพบในภายหลังว่า กองทุนฯ ได้เก็บรวบรวมข้อมูลของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าว โดยยัง มิได้รับความยินยอมจากผู้ใช้อำนาจปกครองที่มีอำนาจกระทำการแทนผู้เยาว์ หรือผู้พิทักษ์ หรือผู้อนุบาล ตามแต่ กรณี กองทุนฯ จะดำเนินการลบทำลายข้อมูลส่วนบุคคลนั้นโดยเร็ว หากกองทุนฯ ไม่มีเหตุอันชอบด้วยกฎหมายประการอื่น นอกเหนือจากความยินยอมในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าว


4. การเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล

4.1 กองทุนฯ เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลต่อบุคคลภายนอกภายใต้วัตถุประสงค์ที่ กำหนดหรือวัตถุประสงค์อื่นที่กฎหมายกำหนดให้กระทำได้เท่านั้น ดังต่อไปนี้

(1) บริษัทในกลุ่มการเงินเกียรตินาคินภัทร และให้หมายความรวมถึงคณะกรรมการจัดการกองทุนฯ พนักงาน หรือลูกจ้างกองทุนฯ และบริษัทในกลุ่มธุรกิจการเงินเกียรตินาคินภัทร เท่าที่เกี่ยวข้องและตามความจำเป็น (Need-to-Know Basis) เพื่อการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล

(2) หน่วยงานของรัฐหรือหน่วยงานที่มีหน้าที่กำกับดูแลตามกฎหมาย เช่น กฎหมายการควบคุมอาคาร กฎหมายภาษีอากร

(3) หน่วยงานที่ร้องขอให้เปิดเผยข้อมูลโดยอาศัยอำนาจตามกฎหมาย เช่น การร้องขอข้อมูลเพื่อการ ฟ้องร้องหรือดำเนินคดีตามกฎหมาย หรือที่มีความเกี่ยวกับกระบวนการทางกฎหมาย

(4) พันธมิตร ผู้ให้บริการ ที่ปรึกษา หรือผู้ที่เกี่ยวกับการปฏิบัติให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ และผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลที่ กบข. มอบหมายให้ทำหน้าที่รับผิดชอบให้บริการหรือบริหารจัดการเกี่ยวกับ ข้อมูลส่วนบุคคล เพื่อให้ช่วยหรือสนับสนุนการดำเนินงานของ กบข. ในการปฏิบัติหน้าที่ที่เกี่ยวกับ กบข. หรือการให้บริการอื่นใดอันอาจเป็นประโยชน์ต่อเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล โดยการเข้าถึงหรือจัดการข้อมูลส่วนบุคคลตามที่ ได้รับอนุญาตจาก กบข. เท่านั้น 

4.2 ในกรณีที่ กองทุนฯ เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลให้แก่บุคคลอื่น กองทุนฯ จะจัดให้มี มาตรการและดำเนินการตามมาตรการที่เหมาะสมเพื่อคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่ได้เปิดเผยและเพื่อปฏิบัติตาม มาตรฐานและหน้าที่ในการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลตามที่กฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลกำหนด


5. สิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562

ในฐานะเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลย่อมมีสิทธิต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคลของตนเองตาม พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ดังต่อไปนี้

    5.1 สิทธิในการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคล (Right of Access)

    เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลมีสิทธิในการเข้าถึง รับสำเนาข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล รวมทั้งขอให้ กองทุนฯ เปิดเผยที่มาของข้อมูลส่วนบุคคลของตนที่กองทุนฯ เก็บรวบรวมอยู่ เว้นแต่ในกรณีที่กองทุนฯ มีสิทธิ ปฏิเสธคำขอของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลตามกฎหมายหรือคำสั่งศาล หรือในกรณีที่คำขอของเจ้าของข้อมูล ส่วนบุคคลจะมีผลกระทบที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อสิทธิและเสรีภาพของบุคคลอื่น

    5.2 สิทธิในการขอแก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลให้ถูกต้อง (Right to Rectification)

    เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลมีสิทธิขอแก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลของตนที่ไม่ถูกต้อง ไม่ครบถ้วนสมบูรณ์ ไม่เป็นปัจจุบัน หรือก่อให้เกิดความเข้าใจผิด เพื่อให้ข้อมูลส่วนบุคคลของตนมีความถูกต้อง ครบถ้วน สมบูรณ์ เป็นปัจจุบัน หรือไม่ก่อให้เกิดความเข้าใจผิด โดยกองทุนฯ จะยืนยันความถูกต้องตามข้อมูลส่วนบุคคลที่ได้รับจาก เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล เพื่อให้แน่ใจว่าข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวนั้นถูกต้องก่อนทำการแก้ไขข้อมูลส่วนบุคคล

    5.3 สิทธิในการลบข้อมูลส่วนบุคคล (Right to Erasure)

    เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลมีสิทธิที่จะร้องขอให้ กองทุนฯ ลบข้อมูลส่วนบุคคลที่เกี่ยวกับตนเองในกรณีที่ เป็นไปตามเกณฑ์ดังต่อไปนี้ อีกต่อไป

(1) ข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวไม่มีความจำเป็นตามวัตถุประสงค์ของการเก็บข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าว

(2) เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลได้เพิกถอนความยินยอมและไม่มีมูลเหตุทางกฎหมายอื่นใดในการ ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าว

(3) ข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวถูกประมวลผลโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย

    5.4 สิทธิในการขอให้ระงับการใช้ข้อมูลส่วนบุคคล (Right to Restrict Processing)

    เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลมีสิทธิขอให้ระงับการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าของข้อมูล ส่วนบุคคลในกรณีดังต่อไปนี้

(1) เมื่ออยู่ในช่วงเวลาที่ กองทุนฯ ทำการตรวจสอบตามที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลร้องขอให้แก้ไขข้อมูล ส่วนบุคคลของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลให้ถูกต้อง สมบูรณ์ และเป็นปัจจุบัน ด้วยกฎหมาย

(2) ข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลถูกเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยโดยมิชอบด้วยกฎหมาย 

(3) เมื่อข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลหมดความจำเป็นในการเก็บรักษาไว้ตาม วัตถุประสงค์ที่ กองทุนฯ ได้แจ้งไว้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล แต่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลประสงค์ให้ กองทุนฯ เก็บรักษา ข้อมูลนั้นต่อไปเพื่อประกอบการใช้สิทธิตามกฎหมายของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล

(4) เมื่ออยู่ในช่วงเวลาที่กองทุนฯ กำลังพิสูจน์ให้เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลเห็นถึงเหตุอันชอบด้วยกฎหมาย ในการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล หรือตรวจสอบความจำเป็นในการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล เพื่อประโยชน์สาธารณะอันเนื่องมาจากการที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลได้ใช้สิทธิคัดค้านการเก็บรวบรวม ใช้ หรือ เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล

    5.5 สิทธิในการคัดค้านการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล (Right to Object)

    เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลมีสิทธิขอคัดค้านการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของตนด้วยเหตุผลที่ ชอบด้วยกฎหมายดังต่อไปนี้

(1) เพื่อดำเนินการตามภารกิจอันเป็นสาธารณประโยชน์หรือเพื่อการดำเนินการของหน่วยงานรัฐที่ ได้รับสิทธิเป็นผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลโดยสมบูรณ์

(2) เพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล

    เมื่อมีการคัดค้านแล้วกองทุนฯ จะต้องพิสูจน์ความชอบธรรมของเหตุผลอันเป็นฐานของการประมวลผล ข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าว และระงับการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลจนกว่าจะดำเนินการแล้วเสร็จ

    5.6 สิทธิที่จะเพิกถอนความยินยอม (Right to Withdraw Consent)

     ในกรณีที่กองทุนฯ อาศัยความยินยอมในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลมีสิทธิในการเพิกถอนความยินยอมในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล ที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลได้ให้ความยินยอมกับกองทุนฯ ได้ตลอดระยะเวลาที่ข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลอยู่ในความครอบครองของกองทุนฯ ทั้งนี้ การเพิกถอนความยินยอมไม่ส่งผลกระทบต่อการประมวลผลที่ให้ความยินยอมไปแล้ว

    อย่างไรก็ตาม ในกรณีที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลเพิกถอนความยินยอมเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลอาจได้รับผลกระทบไม่สามารถรับบริการที่การประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล จำเป็นต้องอาศัยฐานความยินยอม

  5.7 สิทธิในการโอนย้ายข้อมูลส่วนบุคคล (Right to Data Portability)

    เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลมีสิทธิขอรับข้อมูลส่วนบุคคลที่เกี่ยวกับตนเองในรูปแบบที่สามารถอ่านหรือ ใช้งานโดยทั่วไปได้ด้วยเครื่องมือหรืออุปกรณ์ที่ทำงานได้โดยอัตโนมัติ และสามารถใช้หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลได้ด้วยวิธีการอัตโนมัติ รวมทั้งมีสิทธิดังต่อไปนี้

    (1) ขอให้ส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลของตนในรูปแบบดังกล่าวไปยังผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลอื่น เมื่อสามารถทำได้ด้วยวิธีการอัตโนมัติ

    (2) ขอรับข้อมูลส่วนบุคคลที่ส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลในรูปแบบดังกล่าวไปยังผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลอื่นโดยตรง เว้นแต่โดยสภาพทางเทคนิคไม่สามารถกระทำได้

    ข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวต้องเป็นข้อมูลส่วนบุคคลที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลได้ให้ความยินยอม ในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล หรือเป็นข้อมูลส่วนบุคคลที่ได้รับยกเว้นไม่ต้องขอความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล หรือเป็นข้อมูลส่วนบุคคลอื่นที่คณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลประกาศกำหนดตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 

    5.8 สิทธิในการยื่นข้อร้องเรียน

    หากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลมีความกังวลหรือมีข้อสงสัยเกี่ยวกับการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของ ตนโดย กองทุนฯโปรดติดต่อกองทุนฯ ตามที่กำหนดไว้ในประกาศนี้ ในกรณีที่มีการฝ่าฝืนกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครอง ข้อมูลส่วนบุคคล เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลมีสิทธิยื่นข้อร้องเรียนต่อสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูล ส่วนบุคคลได้

    กองทุนฯ จะใช้ความพยายามอย่างเต็มความสามารถเพื่ออำนวยความสะดวกและดำเนินการตามคำร้องขอของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลโดยไม่ชักช้า เว้นแต่จะปรากฏข้อเท็จจริงว่าการดำเนินการตามคำร้องขอนั้น ก่อให้เกิดภาระแก่กองทุนฯ เกินสมควรหรือเสี่ยงต่อการละเมิดการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของผู้อื่น หรือเป็นการขัด ต่อกฎหมาย หรือกรณีที่เป็นการพ้นวิสัยในทางปฏิบัติตามคำร้องขอนั้น


6. การส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลไปยังต่างประเทศ

    ในกรณีที่ กองทุนฯ ส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลไปต่างประเทศกองทุนฯจะดำเนินการเพื่อให้แน่ใจว่ากองทุนฯ ได้ส่ง หรือโอนไปยังประเทศปลายทาง องค์กรระหว่างประเทศ หรือผู้รับข้อมูลในต่างประเทศที่มีฐานในการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่เพียงพอ ในบางกรณีกองทุนฯ อาจขอความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลสำหรับการโอนข้อมูลส่วนบุคคลไปยังต่างประเทศ ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์การให้ความคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่ส่งหรือโอนไปยัง ต่างประเทศที่คณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลประกาศกำหนด เว้นแต่กรณีดังต่อไปนี้

    (1) เป็นการปฏิบัติตามกฎหมาย

    (2) ได้รับความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลโดยได้แจ้งให้เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลทราบถึงมาตรฐานการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ที่ไม่เพียงพอของประเทศปลายทางหรือองค์การระหว่างประเทศที่รับข้อมูล ส่วนบุคคลแล้ว

    (3) เป็นการจำเป็นเพื่อการปฏิบัติตามสัญญาซึ่งเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลเป็นคู่สัญญาหรือเพื่อใช้ในการดำเนินการตามคำขอของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเข้าทำสัญญานั้น

    (4) เป็นการกระทำตามสัญญาระหว่างผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลกับบุคคลหรือนิติบุคคลอื่นเพื่อประโยชน์ของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล

    (5) เพื่อป้องกันหรือระงับอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย หรือสุขภาพของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลหรือบุคคลอื่นเมื่อเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ไม่สามารถให้ความยินยอมในขณะนั้นได้

    (6) เป็นการจำเป็นเพื่อการดำเนินภารกิจเพื่อประโยชน์สาธารณะที่สำคัญ


7. ระยะเวลาในการเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคล

    กองทุนฯ จะลบหรือทำลายหรือทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลเป็นข้อมูลที่ไม่สามารถระบุตัวบุคคลที่เป็นเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลได้ เมื่อข้อมูลส่วนบุคคลนั้นไม่เกี่ยวข้องหรือเกินความจำเป็นตามวัตถุประสงค์ในการประมวลผลข้อมูล ส่วนบุคคลนั้น หรืออาจเก็บต่อไปตามระยะเวลาที่จำเป็นเพื่อการปฏิบัติตามกฎหมายหรือตามอายุความทางกฎหมาย หรือเพื่อการก่อตั้งสิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย การปฏิบัติตามหรือใช้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย หรือการยกขึ้นต่อสู้ สิทธิเรียกร้องตามกฎหมายหรือเก็บไว้เป็นระยะเวลาห้าปีนับแต่วันสิ้นสุดระยะเวลาบังคับคดี หรือเพื่อเหตุอื่นตาม นโยบายและข้อกำหนดของ กองทุนฯและจะต้องทำลายข้อมูลส่วนบุคคลให้แล้วเสร็จภายในระยะเวลาหนึ่งปีนับแต่วัน พ้นกำหนดระยะเวลาการเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคล ทั้งนี้ กองทุนฯ อาจสงวนสิทธิในการพิจารณาจัดเก็บข้อมูล ส่วนบุคคลต่อไปเท่าที่จำเป็นเพื่อประโยชน์ในการใช้อ้างอิง


  • 8.การรักษาความมั่นคงปลอดภัยข้อมูลส่วนบุคคล

  •      กองทุนฯ จะดำเนินการเพื่อให้ข้อมูลส่วนบุคคลมีความถูกต้อง เป็นปัจจุบัน สมบูรณ์ ไม่ก่อให้เกิดความเข้าใจผิด และมีคุณภาพ รวมทั้งให้ความคุ้มครองและรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคลตามนโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่กองทุนฯ กำหนดเพื่อมิให้ข้อมูลส่วนบุคคลเกิดการรั่วไหลหรือการเข้าถึงโดยไม่ได้รับอนุญาตหรือถูกนำไปใช้โดยผู้ที่ไม่มีสิทธิหรือโดยมิชอบด้วยกฎหมาย


  • 9.การมีส่วนร่วมของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล

  •     กองทุนฯ อาจเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลก็ต่อเมื่อได้รับคำร้องขอจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล โดยส่งคำร้องขอการใช้สิทธิผ่านช่องทางการติดต่อกับกองทุนฯ หรือทางไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ ได้แก่ DPO@kkpf.com

     

        ในกรณีที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล มีการคัดค้านการจัดเก็บ ความถูกต้อง หรือการกระทำใด ๆ เช่น การแจ้งปรับปรุงแก้ไขข้อมูลส่วนบุคคล กองทุนฯ จะดำเนินการบันทึกหลักฐานคำคัดค้านดังกล่าวไว้เป็นหลักฐานด้วย

     

        กองทุนฯ  อาจปฏิเสธคำขอการใช้สิทธิได้ตามกรณีที่มีกฎหมายกำหนด หรือในกรณีที่ข้อมูลส่วนบุคคลถูกทำให้ไม่ปรากฏชื่อหรือสิ่งบอกลักษณะอันสามารถระบุตัวเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลได้


  • 10.ความรับผิดชอบของบุคคลซึ่งเป็นผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล

  •     กองทุนฯ ได้กำหนดให้เจ้าหน้าที่เฉพาะผู้ที่มีหน้าที่เกี่ยวข้องในการจัดเก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูล ส่วนบุคคลของกิจกรรมการประมวลผลที่จะสามารถเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลได้ โดย กบข. จะดำเนินการให้เจ้าหน้าที่ปฏิบัติตามประกาศนี้อย่างเคร่งครัด


  • 11.การเปลี่ยนแปลงแก้ไขประกาศเกี่ยวกับความเป็นส่วนตัว

  •     กองทุนฯ อาจพิจารณาแก้ไขเพิ่มเติมประกาศนี้ได้ตามที่เห็นสมควรและจะแจ้งให้เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลทราบผ่านประกาศที่ได้ติดไว้ ณ อาคาร หรือช่องทางสื่อสารอื่น อย่างไรก็ตาม กองทุนฯ ขอแนะนำให้เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลตรวจสอบเพื่อรับทราบประกาศฉบับใหม่อย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะก่อนที่เจ้าของ ข้อมูลส่วนบุคคลจะเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลแก่กองทุนฯ 


  •     ในการเข้าใช้งานระบบงานต่าง ๆ หรือบริการภายใต้กิจกรรมการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลถือเป็นการรับทราบตามข้อตกลงในประกาศนี้หรือประกาศฉบับใหม่ที่ กองทุนฯ ได้แก้ไขเพิ่มเติมในอนาคต ถ้าหากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลไม่เห็นด้วยกับข้อตกลงในประกาศนี้หรือประกาศฉบับใหม่ เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลควรงดการเข้าใช้งานระบบงานต่าง ๆ หรือบริการภายใต้กิจกรรมการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของ กองทุนฯ ถ้าหากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลยังคงใช้งานหรือใช้บริการต่อไปหลังจากที่ประกาศนี้มีการแก้ไขเพิ่มเติมและประกาศในช่องทางข้างต้นแล้ว จะถือว่าเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลได้รับทราบการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวแล้ว


  • 12.การติดต่อสอบถาม

  •     เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลสามารถติดต่อกับ กองทุนฯ  ในฐานะเป็นผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลหรือเจ้าหน้าที่ คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลได้ตามข้อมูลดังต่อไปนี้

  •     (1) ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล

  •         กองทุนรวมทรัพย์สินไทย 1 โดยบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนเกียรตินาคินภัทร จำกัด (กองทุน)

  •         เลขที่ 209 อาคารเคเคพีทาวเวอร์ เอ ชั้น 17 ถนนสุขุมวิท 21 (อโศก) แขวงคลองเคย เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 

  •          

  •      

  •  (2) เจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

  •         กลุ่มธุรกิจการเงินเกียรตินาคินภัทร

  •         เลขที่ 209 อาคารเคเคพีทาวเวอร์ เอ ชั้น 17 ถนนสุขุมวิท 21 (อโศก) แขวงคลองเคย เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110 หรือ  DPO@kkpf.com






  • ประกาศเกี่ยวกับความเป็นส่วนตัว (Privacy Notice)

    อาคารบางกอกซิตี้ ทาวเวอร์ และอาคารจีพีเอฟ วิทยุ



    ประกาศเกี่ยวกับความเป็นส่วนตัว (Privacy Notice)

    สำหรับผู้เช่าและผู้ใช้บริการ

    อาคาร บางกอกซิตี้ ทาวเวอร์ และอาคารจีพีเอฟ วิทยุ


    โปรด Scan หรือคลิ๊ก Link ด้านล่างเพื่อนำท่านยังไป Website


    CLICK >>



     

       





      ประกาศเกี่ยวกับความเป็นส่วนตัว (Privacy Notice)

    สำหรับบุคคลที่เกี่ยวกับการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุ

      อาคารบางกอกซิตี้ ทาวเวอร์ และอาคารจีพีเอฟ วิทยุ


    โปรด Scan หรือคลิ๊ก Link ด้านล่างเพื่อนำท่านยังไป Website


     CLICK >>

                       



    ประกาศเกี่ยวกับความเป็นส่วนตัวเกี่ยวกับการใช้กล้องโทรทัศน์วงจรปิด (CCTV)
    สำหรับผู้เช่าและผู้ใช้บริการอาคารอับดุลราฮิม เพลส 

     

     

    นโยบายความเป็นส่วนตัวเกี่ยวกับการใช้โทรทัศน์วงจรปิด (CCTV)

     

    1. ข้อมูลส่วนบุคคลที่ อาคาร เก็บรวบรวม

    2. เหตุผลที่ อาคาร เก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน

    3. ฐานทางกฎหมาย

    4. บุคคลที่ อาคาร อาจเปิดเผยหรือถ่ายโอนข้อมูลส่วนบุคคลของท่านให้รับทราบ

    5. การถ่ายโอนข้อมูลส่วนบุคคลของคุณไปยังต่างประเทศ

    6. มาตรการด้านความปลอดภัย

    7. ระยะเวลาที่ อาคาร เก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคล

    8. สิทธิของ ท่าน ในฐานะเจ้าของข้อมูล

    9. รายละเอียดการติดต่อ






      นโยบายความเป็นส่วนตัวเกี่ยวกับการใช้โทรทัศน์วงจรปิด (CCTV)


         อาคาร   (“ อาคาร ” หมายความถึงว่า อาคารอับดุลราฮิม เพลส อาคารบางกอกซิตี้ ทาวเวอร์ และอาคารจีพีเอฟ วิทยุ  มีการใช้งานอุปกรณ์โทรทัศน์วงจรปิด ( CCTV) เพื่อเฝ้าสังเกตการณ์พื้นที่ที่กำหนดภายในหรือบริเวณโดยรอบตัวอาคาร  ศูนย์การค้ า และสถานที่ต่าง ๆ เพื่อให้ความคุ้มครองต่อชีวิต สุขภาพ และทรัพย์สิน โดยเรามีการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้า ผู้เช่า ผู้ใช้บริการ พนักงาน กรรมการ ผู้รับเหมา คนงาน ผู้เข้าเยี่ยม หรือบุคคลใด ๆ ที่เข้ามายังพื้นที่เฝ้าระวังภายในและโดยรอบบริเวณตัวอาคาร ศูนย์การค้า และสถานที่ต่าง ๆ (รวมกันเรียกว่า “ท่าน ”  หรือ “ของท่าน ”) ผ่านการใช้งานอุปกรณ์โทรทัศน์วงจรปิด ทั้งนี้ นโยบายความเป็นส่วนตัวฉบับนี้แสดงข้อมูลเกี่ยวกับการดำเนินการของ อาคาร ในการเก็บรวบรวม ใช้ เปิดเผย และ/หรือถ่ายโอนข้อมูลอันสามารถระบุตัวบุคคลได้ (“ข้อมูลส่วนบุคคล ”) เกี่ยวกับตัวท่าน โดย อาคาร อาจแก้ไขนโยบายฉบับนี้ได้ทุกเมื่อและจะแจ้งให้ท่านทราบถึงการแก้ไขดังกล่าวโดยวิธีการที่เหมาะสม

    1.ข้อมูลส่วนบคุคลที่อาคารเก็บรวมรวม

        อาคารจะทำการเก็บรวบรวมภาพเคลื่อนไหวรวมถึงภาพนิ่ง เสียงและภาพการเคลื่อนที่ของทรัพย์สินของท่าน เช่นยานพาหนะ ในขณะเข้าออกพื้นที่เฝ้าระวังในตัวอาคารหรือสถานที่ของอาคารผ่านอุปกรณ์โทรทัศน์วงจรปิด ("ข้อมูลโทรทัศน์วงจรปิด")


    2.เหตุผลที่อคารเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน

    อาคารอาจเก็บรวบรวม ใช้ เปิดเผย ถ่ายโอน และ/หรือดำเนินการใด ๆ อันรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียงการบันทึก การยึดครอง การดัดแปลง การเปลี่ยนแปลง การปรับเปลี่ยน การทำลาย การลบทิ้ง การตัดออกมาบางส่วน การกู้คืน การนำมารวมกัน การคัดลอก การส่งต่อ การจัดเก็บ การดึงออกมา การแก้ไข หรือการเพิ่มเติมเกี่ยวกับข้อมูลโทรทัศน์วงจรปิดของท่านรวมทั้งข้อมูลส่วนบุคคลอื่น ๆ อันเกี่ยวข้องกับตัวท่าน ทั้งนี้ เพื่อ “วัตถุประสงค์การตรวจติดตามโทรทัศน์วงจรปิด” ดังต่อไปนี้

        (1) เพื่อคุ้มครองสุขภาพและความปลอดภัยส่วนบุคคลของท่าน รวมถึงทรัพย์สินของท่าน
        (2) เพื่อคุ้มครองอาคาร สถานที่ และทรัพย์สินของอาคารจากความเสียหาย การทำลายล้าง การทำลายทรัพย์สิน และอาชญากรรมอื่น ๆ
        (3) เพื่อสนับสนุนหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายในการยับยั้ง ป้องกัน สืบเสาะแกะรอย หรือการดำเนินคดีเกี่ยวกับอาชญากรรม
        (4) เพื่อให้ความช่วยเหลือในการระงับข้อพิพาทซึ่งเกิดขึ้นในช่วงระยะเวลาการดำเนินการทางวินัยหรือกระบวนการร้องทุกข์ให้มีประสิทธิภาพ
        (5) เพื่อให้ความช่วยเหลือในการสอบสวนหรือการดำเนินคดีเกี่ยวกับการร้องเรียนและการแจ้งเบาะแส และ
        (6) เพื่อให้ความช่วยเหลือในการจัดให้มีหรือแสดงหลักฐานแก้ต่างในการดำเนินคดีทางแพ่ง ซึ่งรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียงการดำเนินคดีเกี่ยวกับการจ้างงาน

    2.2 อาคารจะติดตั้งอุปกรณ์โทรทัศน์วงจรปิดในที่ที่มองเห็นได้ชัดเจน โดยอาคารจะไม่ติดตั้งอุปกรณ์โทรทัศน์วงจรปิดในบางพื้นที่ ได้แก่ ห้องเปลี่ยนเสื้อผ้า สุขา ห้องอาบน้ำ หรือบริเวณอื่นที่กำหนดให้เป็นพื้นที่พักผ่อนของเจ้าหน้าที่
    2.3 อุปกรณ์โทรทัศน์วงจรปิดของอาคารทำงาน 24 ชั่วโมง ทุกวันตลอดทั้งปี และอาจจับการบันทึกเสียงด้วย
    2.4 อาคารจะติดป้ายที่บริเวณจุดทางเข้าและทางออกและบริเวณพื้นที่เฝ้าระวังเพื่อแจ้งเตือนให้อาคารทราบว่ามีการใช้งานอุปกรณ์โทรทัศน์วงจรปิด


    3. ฐานทางกฎหมาย

    อาคารจะไม่เก็บรวบรวม ใช้ เปิดเผย ประมวลผล ถ่ายโอน และ/หรือดำเนินการใด ๆ ซึ่งรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียงการบันทึก การยึดครอง การดัดแปลง การเปลี่ยนแปลง การปรับเปลี่ยน การทำลาย การลบทิ้ง การตัดออกมาบางส่วน การกู้คืน การนำมารวมกัน การคัดลอก การส่งต่อ การจัดเก็บ การดึงออกมา การแก้ไข หรือการเพิ่มเติมเกี่ยวกับข้อมูลโทรทัศน์วงจรปิดของท่านรวมทั้งข้อมูลส่วนบุคคลอื่น ๆ อันเกี่ยวข้องกับตัวท่านโดยไม่ได้รับความยินยอม เว้นแต่เพื่อเหตุดังต่อไปนี้

       (1) ฐานประโยชน์สำคัญต่อชีวิต เป็นความจำเป็นสำหรับอาคารที่จะต้องป้องกันหรือยับยั้งอันตรายอันเกิดแก่ชีวิต ร่างกาย หรือสุขภาพของบุคคลหนึ่ง ๆ

       (2) ฐานประโยชน์อันชอบธรรม เป็นประโยชน์อันชอบธรรมของอาคารในการปกป้องคุ้มครองสุขภาพ ความปลอดภัยส่วนบุคคลและทรัพย์สินของคุณ รวมทั้งอาคาร สถานที่ และทรัพย์สินของอาคาร และเพื่อดำเนินการอื่นใดเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์การตรวจติดตามโทรทัศน์วงจรปิด ทั้งนี้ อาคารจะพยายามอย่างต่อเนื่องในการรักษาสมดุลซึ่งประโยชน์อันชอบธรรมของอาคารและของบุคคลภายนอกที่เกี่ยวข้องใด ๆ แล้วแต่กรณี และสิทธิและเสรีภาพขั้นพื้นฐานของท่านเกี่ยวกับข้อมูลโทรทัศน์วงจรปิดที่เกี่ยวข้องกับตัวท่าน นอกจากนั้น อาคารจะทำการกำหนดขั้นตอนที่จำเป็นในการบรรลุการสร้างความสมดุลเท่าเทียมแห่งสิทธิตามความเหมาะสม

       (3) ฐานหน้าที่ตามกฎหมาย อาคารมีหน้าที่ต้องปฏิบัติตามหน้าที่ทางกฎหมายตามที่กฎหมายที่ใช้บังคับได้กำหนดไว้ ซึ่งรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียง กฎหมายว่าด้วยความปลอดภัยและสิ่งแวดล้อมในสถานที่ทำงาน ทั้งนี้ อาคารถือว่าการใช้โทรทัศน์วงจรปิดเป็นมาตรการที่จำเป็นในการที่อาคารจะสามารถปฏิบัติตามพันธะผูกพันเหล่านั้นได้


    4. บุคคลที่อาคารอาจเปิดเผยหรือถ่ายโอนข้อมูลส่วนบุคคลของท่านให้รับทราบ

    4.1 อาคารจะเก็บรักษาข้อมูลโทรทัศน์วงจรปิดที่เกี่ยวข้องกับท่านไว้เป็นความลับและจะไม่เปิดเผยหรือถ่ายโอนข้อมูลดังกล่าวเว้นแต่เป็นการเปิดเผยหรือถ่ายโอนให้กับอาคารแม่ อาคารย่อย อาคารในเครือ และบุคคลภายนอกที่ได้มีการคัดเลือกอย่างระมัดระวังแล้วเท่านั้นทั้งในปัจจุบันและนอนาคต ผู้รับสัมปทาน หุ้นส่วนกิจการร่วมค้า และ/หรือผู้ให้บริการต่าง ๆ ที่อาจมีที่ตั้งอยู่ในต่างประเทศ เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์การตรวจติดตามโทรทัศน์วงจรปิด ดังกำหนดในนโยบายฉบับนี้

    4.2 บุคคลภายนอกที่อาคารทำการเปิดเผยข้อมูลโทรทัศน์วงจรปิดรวมถึงข้อมูลส่วนบุคคลอื่น ๆ เกี่ยวกับตัวท่านให้ได้รับทราบนั้น ได้แก่ 

       (1) กลุ่มอาคารและอาคารในเครือของอาคาร อาคารอาจเปิดเผยหรือถ่ายโอนข้อมูลโทรทัศน์วงจรปิดและข้อมูลส่วนบุคคลอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับท่านให้แก่กลุ่มอาคารและอาคารในเครือ ซึ่งถือเป็นส่วนหนึ่งแห่งประโยชน์อันชอบธรรมของอาคารและประโยชน์ของอาคารในเครือ เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์การตรวจติดตามโทรทัศน์วงจรปิด

       (2) หน่วยงานของรัฐและ/หรือหน่วยงานกำกับดูแล อาคารอาจเปิดเผยหรือถ่ายโอนข้อมูลโทรทัศน์วงจรปิดและข้อมูลส่วนบุคคลอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับท่านเพื่อปฏิบัติตามหน้าที่ทางกฎหมาย หรือเพื่อสนับสนุนหรือช่วยเหลือหน่วยงานการบังคับใช้กฎหมายเกี่ยวกับการสืบสวนและการฟ้องร้องดำเนินคดีทั้งทางแพ่งและอาญา

       (3) ผู้ให้บริการที่เป็นบุคคลนอก อาคารอาจเปิดเผยหรือถ่ายโอนข้อมูลโทรทัศน์วงจรปิดและข้อมูลส่วนบุคคลอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับท่านให้แก่ผู้ให้บริการที่เป็นบุคคลนอกตามขั้นตอนที่จำเป็นของอาคารเพื่อให้มั่นใจว่าอาคารได้ให้การปกป้องคุ้มครองสุขภาพ ความปลอดภัยส่วนบุคคล และทรัพย์สินของท่าน


    5. การถ่ายโอนข้อมูลส่วนบุคคลของคุณไปยังต่างประเทศ

    5.1 อาคารอาจเปิดเผยหรือโอนข้อมูลโทรทัศน์วงจรปิดของท่านไปยังบุคคลที่สามหรือผู้บริการที่ตั้งอยู่ในต่างประเทศ ซึ่งถือเป็นส่วนหนึ่งในขั้นตอนที่มีความจำเป็นในการรับรองด้านสุขภาพ ความปลอดภัยส่วนบุคคล ตลอดจนทรัพย์สินของท่าน ทั้งนี้ การเปิดเผยหรือการถ่ายโอนซึ่งข้อมูลดังกล่าวนั้นจะกระทำโดยได้รับความยินยอมจากท่านเท่านั้น เว้นแต่มีฐานทางกฎหมายที่บังคับใช้อื่นใด (เช่น การปฏิบัติเงื่อนไขแห่งสัญญาระหว่างอาคารกับบุคคลอื่นเพื่อประโยชน์ของตัวท่านเอง) ตามที่กฎหมายที่ใช้บังคับพึงอนุญาต

    5.2 หากข้อมูลส่วนบุคคลของท่านจากโทรทัศน์วงจรปิดถูกถ่ายโอนไปยังประเทศปลายทางที่มีมาตรฐานการคุ้มครองข้อมูลไม่เพียงพอตามกฎหมายที่ใช้บังคับเกี่ยวกับการคุ้มครองข้อมูลในประเทศไทย อาคารจะดำเนินการที่จำเป็นเพื่อคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของท่านที่มีการถ่ายโอนไปยังบุคคลอื่นในต่างประเทศ เพื่อให้มีมาตรฐานระดับเดียวกันในการคุ้มครองข้อมูลโทรทัศน์วงจรปิดของท่าน และเป็นไปตามกฎหมายที่ใช้บังคับเกี่ยวกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่มีผลบังคับใช้ในขณะนั้น


    6. มาตรการด้านความปลอดภัย

    6.1 อาคารใช้มาตรการด้านความปลอดภัยเชิงการจัดการ เชิงเทคนิค และเชิงบริหารเพื่อป้องกันข้อมูลโทรทัศน์วงจรปิดและข้อมูลส่วนบุคคลที่เกี่ยวข้องกับท่านจากการทำลาย ความสูญเสีย การเข้าถึง การใช้งาน การแก้ไขเปลี่ยนแปลง หรือการเปิดเผยโดยมิได้ตั้งใจ โดยมิชอบด้วยกฎหมาย หรือโดยมิได้รับอนุญาต

    6.2 อาคารจะพิจารณาทบทวนและปรับปรุงมาตรการด้านความปลอดภัยเป็นครั้งคราวตามความจำเป็นหรือตามการพัฒนาของเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้มั่นใจได้ถึงมาตรการความปลอดภัยที่เหมาะสมและมีประสิทธิภาพ และเพื่อให้สอดคล้องกับขั้นต่ำของข้อกำหนดทางกฎหมายตามที่หน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องได้กำหนดขึ้น


    7. ระยะเวลาที่อาคารเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคล

    อาคารเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของท่านจากโทรทัศน์วงจรไว้ในระบบของอาคารเป็นเวลานานเท่าที่อาคารจำเป็นต้องใช้ข้อมูลนั้น เพื่อดำเนินการให้บรรลุวัตถุประสงค์การตรวจติดตามโทรทัศน์วงจรปิดตามที่กำหนดไว้ในนโยบายฉบับนี้ เมื่อกฎหมายที่ใช้บังคับไม่อนุญาตให้อาคารจัดเก็บข้อมูลโทรทัศน์วงจรปิดของคุณอีกต่อไป อาคารจะดำเนินการลบข้อมูลนั้นออกจากระบบและบันทึกของอาคารทั้งนี้ ในกรณีที่มีการดำเนินการทางคดีหรือทางวินัยเกิดขึ้น ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านจากโทรทัศน์วงจรปิดอาจถูกจัดเก็บไว้จนกว่าการดำเนินการดังกล่าวจะสิ้นสุด ซึ่งรวมถึงระยะเวลาสำหรับการยื่นอุทธรณ์  และจะดำเนินการลบทิ้งหรือจัดเก็บถาวรข้อมูลนั้นตามที่กฎหมายที่ใช้บังคับพึงอนุญาตให้กระทำได้


    8. สิทธิของท่านในฐานะเจ้าของข้อมูล

    ภายใต้เงื่อนไขแห่งกฎหมายที่บังคับใช้และข้อยกเว้นแห่งกฎหมายนั้น ท่านอาจมีสิทธิดังต่อไปนี้

       1) การเข้าถึง ท่านอาจมีสิทธิในการเข้าถึงหรือร้องขอสำเนาข้อมูลส่วนบุคคลที่อาคารเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยเกี่ยวกับท่าน ทั้งนี้ เพื่อความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัยของตัวท่านเอง อาคารอาจจำเป็นต้องให้คุณพิสูจน์อัตลักษณ์บุคคลก่อนให้ข้อมูลที่มีการร้องขอมาแก่ท่าน

       2) การแก้ไข  ท่านอาจมีสิทธิขอให้มีการแก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลที่อาคารเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยเกี่ยวกับท่าน ซึ่งเป็นข้อมูลที่ไม่สมบูรณ์ ไม่ถูกต้อง ทำให้เกิดความเข้าใจผิด หรือไม่เป็นปัจจุบันได้

       3) การโอนย้ายข้อมูล   ท่านอาจมีสิทธิขอรับข้อมูลส่วนบุคคลที่อาคารถือครองอยู่เกี่ยวกับท่านได้ทั้งรูปแบบเชิงโครงสร้างและรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ และมีสิทธิส่งหรือถ่ายโอนข้อมูลดังกล่าวให้กับผู้ดูแลข้อมูลอีกคนหนึ่งได้ ตราบใดที่ข้อมูลนั้นเป็นข้อมูลส่วนบุคคลที่ท่านได้ให้ไว้กับอาคาร และอาคารได้ทำการประมวลผลข้อมูลดังกล่าวโดยอาศัยความยินยอมจากท่านหรือมีการทำสัญญากับท่าน

       4) การคัดค้าน   ท่านมีสิทธิคัดค้านการเก็บรวบรวม การใช้ และการเปิดเผยซึ่งข้อมูลส่วนบุคคลของท่านได้ เช่น การคัดค้านการทำการตลาดทางตรง

       5) การยับยั้ง   ท่านอาจมีสิทธิยับยั้งการใช้งานข้อมูลส่วนบุคคลของท่านในบางกรณี

       6) การเพิกถอนความยินยอม  ท่านมีสิทธิเพิกถอนความยินยอมในการเก็บรวมรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านได้ทุกเมื่อ เพื่อวัตถุประสงค์ที่ท่านได้ให้ความยินยอมแก่อาคารในการเก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน

       7) การลบทิ้ง   ท่านมีสิทธิขอให้อาคารลบทิ้งข้อมูลส่วนบุคคลของท่านที่อาคารเก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผยเกี่ยวกับท่านหรือทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลนั้นไม่สามารถระบุชี้ตัวบุคคลได้ เว้นแต่อาคารไม่มีพันธะผูกพันที่ต้องกระทำการเช่นนั้นหากอาคารจำเป็นต้องเก็บรักษาข้อมูลนั้นไว้เพื่อปฏิบัติตามพันธะผูกพันตามกฎหมาย หรือเพื่อตั้งหลักฐาน ดำเนินการ หรือป้องการการเรียกร้องทางกฎหมาย

       8) ยื่นข้อร้องเรียน ท่านอาจมีสิทธิยื่นข้อร้องเรียนต่อส่วนราชการที่มีอำนาจหน้าที่ เมื่อท่านมีเหตุอันเชื่อได้ว่าการที่อาคารเก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านนั้นเป็นไปโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่เป็นไปตามกฎหมายที่บังคับใช้ว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูล


    9. รายละเอียดการติดต่อ

    หากท่านมีข้อกังวลหรือข้อสงสัยเกี่ยวกับนโยบายฉบับนี้
    หรือหากต้องการใช้สิทธิของท่านในข้อมูลโทรทัศน์วงจรปิด กรุณาติดต่อ


    Building Management / สำนักงานบริหารอาคาร

    Abdulrahim Place  อับดุลราฮิม เพลส Tel. 02-636-1308 - 10

    Bangkok City Tower  บางกอกซิตี้ ทาวเวอร์ Tel. 02-287-1236 – 7

    GPF Witthayu Towers  จีพีเอฟ วิทยุ ทาวเวอร์ Tel. 02-651-5800 – 4