ประกาศเกี่ยวกับความเป็นส่วนตัว (Privacy Notice)
สำหรับผู้เช่าและผู้ใช้บริการอาคารอับดุลราฮิม เพลส
สำหรับผู้เช่าและผู้ใช้บริการอาคารอับดุลราฮิม เพลส
ประกาศเกี่ยวกับความเป็นส่วนตัว
1.คำนิยาม
2.วัตถุประสงค์และฐานกฎหมายในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล
3.ข้อมูลส่วนบุคคลที่เก็บรวบรวมและใช้
4.การเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล
5.
สิทธิตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
6.การส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลไปยังต่างประเทศ
7.ระยะเวลาในการเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคล
8.การรักษาความมั่นคงปลอดภัยข้อมูลส่วนบุคคล
9.การมีส่วนร่วมของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล
10.ความรับผิดชอบของบุคคลซึ่งเป็นผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล
11.การเปลี่ยนแปลงแก้ไขประกาศเกี่ยวกับความเป็นส่วนตัว
12.การติดต่อสอบถาม
1.คำนิยาม
2.วัตถุประสงค์และฐานกฎหมายในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล
3.ข้อมูลส่วนบุคคลที่เก็บรวบรวมและใช้
4.การเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล
5. สิทธิตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
6.การส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลไปยังต่างประเทศ
7.ระยะเวลาในการเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคล
8.การรักษาความมั่นคงปลอดภัยข้อมูลส่วนบุคคล
9.การมีส่วนร่วมของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล
10.ความรับผิดชอบของบุคคลซึ่งเป็นผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล
11.การเปลี่ยนแปลงแก้ไขประกาศเกี่ยวกับความเป็นส่วนตัว
12.การติดต่อสอบถาม
สำหรับผู้เช่าและผู้ใช้บริการของอาคารอับดุลราฮิม เพลส ประกาศ ณ วันที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2568
1.คำนิยาม
“อาคาร” หมายความว่า อาคารอับดุลราฮิม เพลส
“ข้อมูลส่วนบุคคล” หมายความว่า ข้อมูลเกี่ยวกับบุคคลซึ่งทำให้สามารถระบุตัวบุคคลนั้นได้ ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม แต่ไม่รวมถึงข้อมูลของผู้ถึงแก่กรรมโดยเฉพาะ
“ข้อมูลส่วนบุคคลอ่อนไหว” หมายความว่า ข้อมูลส่วนบุคคลตามที่ถูกบัญญัติไว้ในมาตรา 26 แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ.
“ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล” หมายความว่า บุคคลหรือนิติบุคคลซึ่งมีอำนาจหน้าที่ตัดสินใจเกี่ยวกับการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล
“ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล” หมายความว่า บุคคลหรือนิติบุคคลซึ่งดำเนินการเกี่ยวกับการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลตามคำสั่งหรือในนามของกองทุนฯ
“เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล” หมายความว่า ผู้เช่าหรือผู้ใช้บริการของอาคาร
“ผู้เช่า” หมายความว่า บุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลที่ทำสัญญาเช่าหรือมีนิติสัมพันธ์อื่นใดกับกองทุนฯ ที่เกี่ยวเนื่องกับการเช่าพื้นที่ของอาคาร ทั้งในฐานะผู้เช่า พนักงาน ลูกจ้าง ตัวแทน หรือบุคคลใด ๆ ที่มีอำนาจในการสร้างความสัมพันธ์ทางธุรกิจหรือดำเนินธุรกรรม และรวมถึงผู้รับจ้างของผู้เช่า
“ผู้ใช้บริการ” หมายความว่า บุคคลธรรมดาที่มาใช้บริการในพื้นที่อาคาร รวมถึงบุคคลธรรมดาที่มาติดต่อผู้เช่าหรือผู้ใช้บริการในอาคาร และรวมถึงผู้รับจ้างของกองทุนฯ
“การประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล” หมายความว่า การดำเนินการหรือชุดการดำเนินการในการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลด้วยระบบอัตโนมัติหรือไม่ก็ได้ เช่น การเก็บรวบรวม การบันทึก การจัดระเบียบ การจัดโครงสร้าง การจัดเก็บ การดัดแปลง การปรับเปลี่ยน การกู้คืน การใช้ การเปิดเผยด้วย การส่ง การแพร่กระจาย หรือทำให้มีอยู่ การจัดวางให้ถูกตำแหน่ง การรวม การจำกัด การลบ และการทำลาย รวมถึงการอื่นใดที่ถูกควบคุมโดยกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
2.วัตถุประสงค์และฐานกฎหมายในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล
2.1 วัตถุประสงค์และฐานกฎหมายในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลที่เป็นผู้เช่า
| วัตถุประสงค์ | ฐานกฎหมาย |
(1) เพื่อใช้ในการติดต่อ ประสานงาน การให้บริการและอำนวยความสะดวกแก่ผู้เช่า รวมถึงการติดต่อในกรณีเกิดเหตุฉุกเฉินของผู้เช่า | (1) ฐานการปฏิบัติตามสัญญา (Contract)
(2) ฐานประโยชน์อันชอบธรรม (Legitimate Interest) |
| (2) เพื่อการตลาด การสื่อสาร การเผยแพร่ และประชาสัมพันธ์ ข้อมูลข่าวสาร ข้อเสนอเกี่ยวกับการให้บริการต่าง ๆ ทั้งของอาคารและพันธมิตรทางธุรกิจ หรือเชิญเข้าร่วมกิจกรรมหรือบริการอื่น ๆ ให้ผู้เช่าทราบ | (1) ฐานคประโยชน์อันชอบธรรม (Legitimate Interest) (2) ฐานความยินยอม (Consent) เฉพาะในกรณีที่ต้องได้รับความยินยอมในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล |
| (3) เพื่อทำสัญญาและจัดการความสัมพันธ์ตามสัญญาของกองทุนฯ กับเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล รวมถึงการดำเนินการในด้านต่าง ๆ เกี่ยวกับการเช่าหรือใช้พื้นที่ เช่น การตกแต่ง การปรับปรุงพื้นที่เช่าและพื้นที่ส่วนกลาง การนำของหรือทรัพย์สินเข้า-ออก การยื่นขอคืนเงินค้ำประกัน การใช้พื้นที่จอดรถของอาคาร การทำบัตรเข้า-ออกอาคาร การชำระค่าปรับกรณีบัตรหาย บัตรชำรุด การใช้พื้นที่วางระบบสัญญาณต่าง ๆ | ฐานการปฏิบัติตามสัญญา (Contract) |
| (4) เพื่อใช้ในการพิสูจน์และการยืนยันตัวตนเพื่อการลงทะเบียน การตรวจสอบ รวมถึงการยืนยันเพื่อการตรวจสอบการเข้า-ออกอาคารของผู้เช่า และผู้รับจ้างหรือผู้ให้บริการแก่ผู้เช่า | (1) ฐานการปฏิบัติตามสัญญา (Contract) (2) ฐานความยินยอม (consent) เฉพาะในกรณีที่ต้องได้รับความยินยอมในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล |
| (5) เพื่อประมวลผลธุรกรรมทางการเงินหรือการชำระเงิน และบริการที่เกี่ยวข้องกับการชำระเงิน การดำเนินการเกี่ยวกับเอกสารการรับเงิน การออกใบแจ้งหนี้ ใบกำกับภาษี ใบเสร็จรับเงิน การตรวจสอบธุรกรรม การยืนยัน การยกเลิก การคืนหลักทรัพย์ค้ำประกัน การเรียกเก็บค่าใช้จ่ายและค่าบริการต่าง ๆ และการจัดส่งเอกสารดังกล่าว | ฐานการปฏิบัติตามสัญญา (Contract) |
| (6) เพื่อตรวจสอบ เฝ้าระวัง และปกป้องความปลอดภัยจากการถูกโจรกรรม การทำร้าย การทำลายทรัพย์สิน หรืออาชญากรรมอื่น รวมถึงการใช้หรือเปิดเผยภาพที่บันทึกไว้เป็นหลักฐานเพื่อดำเนินคดีหรือหาตัวผู้กระทำความผิด หรือเพื่อให้ความช่วยเหลือในกระบวนการระงับข้อพิพาท หรือเปิดเผยตามอำนาจของเจ้าหน้าที่ของรัฐร้องขอ เช่น ภาพนิ่ง ภาพเคลื่อนไหว รวมถึงข้อมูลทรัพย์สิน (ยานพาหนะ) หรือข้อมูลส่วนบุคคลที่ปรากฏให้เห็นได้จากภาพเคลื่อนไหวที่บันทึกโดยกล้องโทรทัศน์วงจรปิด เมื่อมีการเข้ามาภายในพื้นที่ของ กบข. | (1) ฐานประโยชน์อันชอบธรรม (Legitimate Interest) (2) ฐานการปฏิบัติตามกฎหมาย (Legal Obligation) |
| (7) เพื่อปฏิบัติให้เป็นไปตามกฎระเบียบ กฎหมาย เช่น การปฏิบัติตามข้อกำหนดหรือกระบวนการทางกฎระเบียบ กฎหมาย หรือคำสั่งของหน่วยงานของรัฐที่มีอำนาจและหน้าที่ตามกฎหมาย คำสั่งศาล หน่วยงานกำกับดูแล หน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย หรือเจ้าพนักงานที่มีหน้าที่ และอำนาจตามกฎหมาย เป็นต้น | ฐานการปฏิบัติตามกฎหมาย (Legal Obligation) |
| (8) เพื่อการปฏิบัติตามข้อบังคับของกฎหมายควบคุมอาคาร เช่น การอบรมดับเพลิง การฝึกซ้อมอพยพหนีไฟ | ฐานการปฏิบัติตามกฎหมาย (Legal Obligation) |
| (9) เพื่อการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนจากการละเมิด หรือการจัดการป้องกันการสูญเสียทรัพย์สิน | ฐานประโยชน์อันชอบธรรม (Legitimate Interest) |
| (10) เพื่อประโยชน์ในการสำรวจ การวิเคราะห์ การประเมิน การจัดทำสถิติที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาบริการ การนำเสนอบริการ การสื่อสาร ประชาสัมพันธ์ต่าง ๆ ที่เหมาะสม | (1) ฐานประโยชน์อันชอบธรรม (Legitimate Interest) (2) ฐานความยินยอม (Consent) เฉพาะในกรณีที่ต้องได้รับความยินยอมในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล |
| (11) เพื่อการจัดการความสัมพันธ์ เพื่ออำนวยความสะดวกในการใช้บริการ เพื่อบริหารจัดการคำขอ ข้อสอบถาม ข้อเสนอแนะ หรือข้อร้องเรียนที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงานหรือการให้บริการ รวมถึงการจัดการปัญหาที่เกิดขึ้นจากการดำเนินงาน | ฐานประโยชน์อันชอบธรรม (Legitimate Interest) |
| (12) เพื่อการใช้งานระบบต่าง ๆ หรือบริการที่จำเป็นต้องมีการพิสูจน์และยืนยันตัวตน เช่น การลงทะเบียนสมัครใช้ระบบ | ฐานประโยชน์อันชอบธรรม (Legitimate Interest) |
(13) เพื่อกิจการภายในของ กองทุนฯ เช่น ก) เพื่อการบริหารจัดการภายในองค์กร การวางแผน การรายงาน การกำกับตรวจสอบ การดำเนินการที่เกี่ยวข้องกับการเบิกจ่ายของหน่วยบัญชีและการเงินของกองทุนฯ โดยจะจำกัดการใช้หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลเท่าที่จำเป็น (ข) เพื่อใช้และเปิดเผยให้กับผู้ให้บริการเพื่อทำหน้าที่ต่าง ๆ หรือให้บริการบางอย่างในนามของกองทุนฯ หรือผู้รับเหมาช่วงของผู้ให้บริการในบางกรณีตามที่กองทุนฯ อนุญาต | (1) ฐานประโยชน์อันชอบธรรม (Legitimate Interest) (2) ฐานการปฏิบัติตามกฎหมาย (legal Obligation |
| (14) เพื่อการจัดเก็บข้อมูล Log ตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง การเฝ้าระวังเหตุการณ์ภัยคุกคามทางด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ การให้บริการและการแก้ไขปัญหาการใช้งานระบบโครงสร้างพื้นฐานสารสนเทศ | (1) ฐานการปฏิบัติตามกฎหมาย (Legal Obligation) (2) ฐานประโยชน์อันชอบธรรม (Legitimate Interest) |
2.2.วัตถุประสงค์และฐานกฎหมายในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลที่เป็นผู้ใช้บริการ หรือบุคคลอื่น ๆ ที่ กองทุนฯ ได้รับข้อมูลส่วนบุคคล
| วัตถุประสงค์ | ฐานกฎหมาย |
| (1) ข้อมูลเพื่อใช้ในการยืนยันตัวตน เช่น ชื่อ-นามสกุล หมายเลขบัตรประจำตัว ประชาชน เอกสารข้อมูลระบุตัวตน | ฐานประโยชน์อันชอบธรรม (Legitimate Interest) |
| (2) ข้อมูลเพื่อใช้ในการติดต่อ ประสานงาน การให้บริการ และการแจ้งข้อมูลต่าง ๆ เช่น ชื่อ-นามสกุล เลขบัตรประจำตัวประชาชนหรือหนังสือเดินทาง หมายเลขโทรศัพท์ ไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ ที่อยู่ ทะเบียนรถ ภาพถ่ายผู้ใช้บริการและทรัพย์สิน (ยานพาหนะ) เวลาเข้า-ออกอาคาร | ฐานประโยชน์อันชอบธรรม (Legitimate Interest) |
| (3) ข้อมูลจากกล้องโทรทัศน์วงจรปิด เช่น ภาพนิ่ง ภาพเคลื่อนไหว รวมถึงข้อมูลทรัพย์สิน (ยานพาหนะ) หรือข้อมูลส่วนบุคคลที่ปรากฏให้เห็นได้จากภาพเคลื่อนไหวที่บันทึกโดยกล้องโทรทัศน์วงจรปิด เมื่อมีการเข้ามาภายในพื้นที่ของ กบข. | (1) ฐานประโยชน์อันชอบธรรม (Legitimate Interest) (2) ฐานการปฏิบัติตามกฎหมาย (legal Obligation) |
| (4) เพื่อการจัดเก็บข้อมูล Log ตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง การเฝ้าระวังเหตุการณ์ภัยคุกคามทางด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ การให้บริการและการแก้ไขปัญหาการใช้งานระบบโครงสร้างพื้นฐานสารสนเทศ | (1) ฐานการปฏิบัติตามกฎหมาย (Legal Obligation) (2) ฐานประโยชน์อันชอบธรรม (Legitimate Interest) |
ข้อมูลส่วนบุคคลที่กองทุนฯ เก็บรวบรวมเพื่อวัตถุประสงค์ดังกล่าวข้างต้นเป็นข้อมูลที่จำเป็นสำหรับการปฏิบัติงานของ กองทุนฯ หรือการปฏิบัติตามกฎหมายต่าง ๆ ที่ใช้บังคับกับกองทุน ทั้งนี้ หากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลไม่ให้ข้อมูลส่วนบุคคลที่จำเป็นดังกล่าว การปฏิบัติหน้าที่หรือให้บริการของกองทุนฯ อาจไม่บรรลุวัตถุประสงค์ตามความต้องการของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลได้ ในกรณีที่ กองทุนฯ ประสงค์จะประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลนอกเหนือจากวัตถุประสงค์ดังกล่าวข้างต้น กองทุนฯ จะแจ้งวัตถุประสงค์ให้เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลทราบ เว้นแต่ในกรณีที่มีกฎหมายบัญญัติไว้ ทั้งนี้ หากกองทุนฯ จำเป็นต้องขอความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล กองทุนฯ จะขอความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลเป็นรายกรณี นอกจากนี้ในกรณีที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลได้ให้ข้อมูลของบุคคลอื่นแก่กองทุนฯ เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลจะต้องรับผิดชอบในการแจ้งให้บุคคลเหล่านั้นทราบถึงประกาศนี้ หรือดำเนินการขอความยินยอม (หากจำเป็น)
3.ข้อมูลส่วนบุคคลที่ กองทุนฯ เก็บรวบรวมและใช้
กองทุนฯ เก็บรวบรวมและใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลเท่าที่จำเป็นภายใต้วัตถุประสงค์อันชอบด้วยกฎหมายตามรายการดังต่อไปนี้
3.1 แหล่งข้อมูลและรายการข้อมูลส่วนบุคคลที่เก็บรวบรวม
(1)
การเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลโดยตรง
(ก) ข้อมูลส่วนบุคคลทั่วไป เช่น ชื่อ-นามสกุล เลขบัตรประจำตัวประชาชนหรือหนังสือเดินทาง ลายมือชื่อ ภาพถ่าย หรือภาพเคลื่อนไหว
(ข) ข้อมูลเกี่ยวกับการติดต่อ เช่น ที่อยู่ หมายเลขโทรศัพท์ หรือไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์
(ค) ข้อมูลทางการเงิน เช่น บัญชีธนาคาร (เลขที่บัญชี ชื่อบัญชี ประเภทบัญชี หรือชื่อธนาคาร) หนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย เลขประจำตัวผู้เสียภาษี รวมถึงข้อมูลทรัพย์สิน (ยานพาหนะ) ที่เข้ามาภายในพื้นที่
(ง) ข้อมูลจากการเข้าร่วมกิจกรรม เช่น ข้อมูลการลงทะเบียนอบรม ประชุม ข้อมูลการสำรวจความคิดเห็น รวมถึงข้อมูลภาพถ่ายหรือภาพเคลื่อนไหว หรือข้อมูลการบันทึกเสียงจากการเข้าร่วมงานหรือเข้าร่วมกิจกรรม
(จ) ข้อมูลส่วนบุคคลอื่นใดที่เกี่ยวข้องกับการเช่าหรือการใช้บริการ เช่น ข้อมูลคำขอใช้บริการ
(ฉ) ข้อมูลบุคคลภายนอกที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลได้เปิดเผยต่อ กองทุนฯ เป็นข้อมูลที่เจ้าของ ข้อมูลส่วนบุคคลได้แจ้งและได้รับความยินยอมจากบุคคลดังกล่าวให้เปิดเผยแก่ กองทุนฯ รวมทั้งยินยอมให้กองทุนฯ. ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของบุคคลนั้น เพื่อวัตถุประสงค์ตามที่ระบุในประกาศนี้ เช่น ข้อมูลส่วนบุคคลทั่วไปของ บุคคลในครอบครัว
(ช) ข้อมูลส่วนบุคคลอื่นที่ได้รับความยินยอม เช่น ข้อมูลที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลได้ให้ความ ยินยอมไว้ให้แก่ กองทุนฯ หรือข้อมูลส่วนบุคคลอ่อนไหว (ข้อมูลชีวภาพหรือข้อมูลชีวมิติ)
(2) การเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลจากแหล่งอื่น เช่น ข้อมูล ส่วนบุคคลจากบุคคลที่สาม หรือแพลตฟอร์มของบุคคลที่สาม หรือแหล่งอื่น ๆ ที่เปิดเผยต่อสาธารณะ เช่น ชื่อ-นามสกุล หมายเลขโทรศัพท์ติดต่อ ไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ สถานที่ทำงาน ข้อมูลบนบัตรที่ออกโดยรัฐบาล (ข้อมูลบัตรประจำตัวประชาชน หรือหนังสือเดินทาง)
(3) ข้อมูลที่เก็บจากอุปกรณ์ดิจิทัล รวมทั้งข้อมูลใด ๆ เกี่ยวกับระบบคอมพิวเตอร์หรืออุปกรณ์ เทคโนโลยีที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลใช้เพื่อเข้าสู่ระบบช่องทางการให้บริการ เช่น เว็บไซต์ แอปพลิเคชัน หรือ สื่อสังคมออนไลน์ที่ กองทุนฯ ใช้เป็นช่องทางในการให้บริการและติดต่อกับเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล โดยจะมีการรวบรวม ข้อมูลเกี่ยวกับเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลและกิจกรรมออนไลน์ของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล เช่น ข้อมูลการใช้งานหรือ เข้าสู่ระบบ
3.2 การเก็บรวบรวมและใช้ข้อมูลส่วนบุคคลอ่อนไหว
ในกรณีที่จำเป็นกองทุนฯ จะทำการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลอ่อนไหวของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล โดยได้รับความยินยอมโดยชัดแจ้งจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลหรือมีข้อยกเว้นในการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล อ่อนไหวโดยไม่ได้รับความยินยอมโดยชัดแจ้งจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลตามมาตรา 26 แห่งพระราชบัญญัติ คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ซึ่ง กองทุนฯ จะใช้ความพยายามอย่างดีที่สุดในการจัดให้มีมาตรการรักษาความ มั่นคงปลอดภัยที่เพียงพอเพื่อปกป้องคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลอ่อนไหวของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ทั้งนี้ กองทุนฯ จะประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลอ่อนไหวดังกล่าวเพื่อวัตถุประสงค์ตามที่กฎหมายกำหนดไว้และตามวัตถุประสงค์ ที่กองทุนฯ แจ้งไว้
ในกรณีที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลไม่ประสงค์ให้ทำการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลอ่อนไหว แต่ข้อมูลส่วนบุคคลอ่อนไหวดังกล่าวปรากฏอยู่บนบัตรประจำตัวประชาชนหรือเอกสารอื่นใดที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลได้ สมัครใจเปิดเผยไว้ต่อ กองทุนฯ หรือส่งมอบข้อมูลใดที่ปรากฏข้อมูลส่วนบุคคลอ่อนไหวให้แก่ กบข. ไม่ว่าจะเป็นการ ส่งมอบในลักษณะที่เป็นเอกสารหรือสื่ออื่นใด กองทุนฯ แนะนำให้เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลเป็นผู้ปกปิดข้อมูลส่วนบุคคล อ่อนไหวเหล่านี้ด้วยตัวเอง โดยวิธีการขีดฆ่าข้อมูลส่วนบุคคลอ่อนไหว อย่างไรก็ตาม หากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล มิได้ปกปิดข้อมูลด้วยตัวเอง กองทุนฯ ถือว่าเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลได้อนุญาตโดยชัดแจ้งให้ กองทุนฯ ทำการปกปิดข้อมูล ส่วนบุคคลอ่อนไหวให้แก่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล และให้ถือว่าข้อมูลส่วนบุคคลอ่อนไหวที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ส่งมอบมาและกองทุนฯ ได้จัดการปกปิดข้อมูลส่วนบุคคลอ่อนไหวให้แล้วนั้น เป็นเอกสารที่สมบูรณ์ใช้บังคับได้ตาม กฎหมายทุกประการ และกองทุนฯสามารถนำไปทำการประมวลผลได้ภายใต้พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ทั้งนี้ หากเป็นกรณีที่กองทุนฯ ไม่สามารถจัดการปกปิดข้อมูลส่วนบุคคลอ่อนไหวให้ได้เนื่องด้วยปัญหา พ.ศ. 2562 ทั้งปี หากเป็นกรณีที่กองทุนฯ ไม่สามารถจัดการปกปิดข้อมูลส่วนบุคคลอ่อนไหวให้ได้เนื่องด้วยปัญหา ตัวตนของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลเท่านั้น
3.3 ข้อมูลส่วนบุคคลของผู้เยาว์ คนเสมือนไร้ความสามารถ และคนไร้ความสามารถ
ในกรณีที่ กองทุนฯ ทราบว่า ข้อมูลส่วนบุคคลที่จำเป็นต้องได้รับความยินยอมในการเก็บรวบรวม เป็นของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลซึ่งเป็นผู้เยาว์ คนเสมือนไร้ความสามารถ หรือคนไร้ความสามารถ กองทุนฯ จะไม่ทำการ เก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลนั้นจนกว่าจะได้รับความยินยอมจากผู้ใช้อำนาจปกครองที่มีอำนาจกระทำการแทน ผู้เยาว์ หรือผู้พิทักษ์ หรือผู้อนุบาล ตามแต่กรณี ทั้งนี้ เป็นไปตามเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนดดังต่อไปนี้
(1) ในกรณีที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลเป็นผู้เยาว์ซึ่งยังไม่บรรลุนิติภาวะโดยการสมรสหรือไม่มีฐานะ เสมือนดังบุคคลซึ่งบรรลุนิติภาวะแล้วตามมาตรา 27 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ การขอความยินยอม จากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวให้ดำเนินการดังต่อไปนี้
(ก) ในกรณีที่การให้ความยินยอมของผู้เยาว์ไม่ใช่การใด ๆ ซึ่งผู้เยาว์อาจให้ความยินยอมโดยลำพัง ได้ตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา 22 มาตรา 23 หรือมาตรา 24 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ต้องได้รับความ ยินยอมจากผู้ใช้อำนาจปกครองที่มีอำนาจกระทำการแทนผู้เยาว์ด้วย
(ข) ในกรณีที่ผู้เยาว์มีอายุไม่เกินสิบปี ให้ขอความยินยอมจากผู้ใช้อำนาจปกครองที่มีอำนาจ กระทำการแทนผู้เยาว์
(2) ในกรณีที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลเป็นคนเสมือนไร้ความสามารถ การขอความยินยอมจากเจ้าของ ข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าว ให้ขอความยินยอมจากผู้พิทักษ์ที่มีอำนาจกระทำการแทนคนเสมือนไร้ความสามารถ
(3) ในกรณีที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลเป็นคนไร้ความสามารถ การขอความยินยอมจากเจ้าของข้อมูล ส่วนบุคคลดังกล่าว ให้ขอความยินยอมจากผู้อนุบาลที่มีอำนาจกระทำการแทนคนไร้ความสามารถ ในกรณีที่กองทุนฯ ไม่ทราบมาก่อนว่าเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลเป็นผู้เยาว์ คนเสมือนไร้ความสามารถหรือ คนไร้ความสามารถ และมาพบในภายหลังว่า กองทุนฯ ได้เก็บรวบรวมข้อมูลของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าว โดยยัง มิได้รับความยินยอมจากผู้ใช้อำนาจปกครองที่มีอำนาจกระทำการแทนผู้เยาว์ หรือผู้พิทักษ์ หรือผู้อนุบาล ตามแต่ กรณี กองทุนฯ จะดำเนินการลบทำลายข้อมูลส่วนบุคคลนั้นโดยเร็ว หากกองทุนฯ ไม่มีเหตุอันชอบด้วยกฎหมายประการอื่น นอกเหนือจากความยินยอมในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าว
4. การเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล
4.1 กองทุนฯ เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลต่อบุคคลภายนอกภายใต้วัตถุประสงค์ที่ กำหนดหรือวัตถุประสงค์อื่นที่กฎหมายกำหนดให้กระทำได้เท่านั้น ดังต่อไปนี้
(1) บริษัทในกลุ่มการเงินเกียรตินาคินภัทร และให้หมายความรวมถึงคณะกรรมการจัดการกองทุนฯ พนักงาน หรือลูกจ้างกองทุนฯ และบริษัทในกลุ่มธุรกิจการเงินเกียรตินาคินภัทร เท่าที่เกี่ยวข้องและตามความจำเป็น (Need-to-Know Basis) เพื่อการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล
(2) หน่วยงานของรัฐหรือหน่วยงานที่มีหน้าที่กำกับดูแลตามกฎหมาย เช่น กฎหมายการควบคุมอาคาร กฎหมายภาษีอากร
(3) หน่วยงานที่ร้องขอให้เปิดเผยข้อมูลโดยอาศัยอำนาจตามกฎหมาย เช่น การร้องขอข้อมูลเพื่อการ ฟ้องร้องหรือดำเนินคดีตามกฎหมาย หรือที่มีความเกี่ยวกับกระบวนการทางกฎหมาย
(4) พันธมิตร ผู้ให้บริการ ที่ปรึกษา หรือผู้ที่เกี่ยวกับการปฏิบัติให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ และผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลที่ กบข. มอบหมายให้ทำหน้าที่รับผิดชอบให้บริการหรือบริหารจัดการเกี่ยวกับ ข้อมูลส่วนบุคคล เพื่อให้ช่วยหรือสนับสนุนการดำเนินงานของ กบข. ในการปฏิบัติหน้าที่ที่เกี่ยวกับ กบข. หรือการให้บริการอื่นใดอันอาจเป็นประโยชน์ต่อเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล โดยการเข้าถึงหรือจัดการข้อมูลส่วนบุคคลตามที่ ได้รับอนุญาตจาก กบข. เท่านั้น
4.2 ในกรณีที่ กองทุนฯ เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลให้แก่บุคคลอื่น กองทุนฯ จะจัดให้มี มาตรการและดำเนินการตามมาตรการที่เหมาะสมเพื่อคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่ได้เปิดเผยและเพื่อปฏิบัติตาม มาตรฐานและหน้าที่ในการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลตามที่กฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลกำหนด
5. สิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562
ในฐานะเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลย่อมมีสิทธิต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคลของตนเองตาม พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ดังต่อไปนี้
5.1 สิทธิในการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคล (Right of Access)
เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลมีสิทธิในการเข้าถึง รับสำเนาข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล รวมทั้งขอให้ กองทุนฯ เปิดเผยที่มาของข้อมูลส่วนบุคคลของตนที่กองทุนฯ เก็บรวบรวมอยู่ เว้นแต่ในกรณีที่กองทุนฯ มีสิทธิ ปฏิเสธคำขอของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลตามกฎหมายหรือคำสั่งศาล หรือในกรณีที่คำขอของเจ้าของข้อมูล ส่วนบุคคลจะมีผลกระทบที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อสิทธิและเสรีภาพของบุคคลอื่น
5.2 สิทธิในการขอแก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลให้ถูกต้อง (Right to Rectification)
เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลมีสิทธิขอแก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลของตนที่ไม่ถูกต้อง ไม่ครบถ้วนสมบูรณ์ ไม่เป็นปัจจุบัน หรือก่อให้เกิดความเข้าใจผิด เพื่อให้ข้อมูลส่วนบุคคลของตนมีความถูกต้อง ครบถ้วน สมบูรณ์ เป็นปัจจุบัน หรือไม่ก่อให้เกิดความเข้าใจผิด โดยกองทุนฯ จะยืนยันความถูกต้องตามข้อมูลส่วนบุคคลที่ได้รับจาก เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล เพื่อให้แน่ใจว่าข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวนั้นถูกต้องก่อนทำการแก้ไขข้อมูลส่วนบุคคล
5.3 สิทธิในการลบข้อมูลส่วนบุคคล (Right to Erasure)
เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลมีสิทธิที่จะร้องขอให้ กองทุนฯ ลบข้อมูลส่วนบุคคลที่เกี่ยวกับตนเองในกรณีที่ เป็นไปตามเกณฑ์ดังต่อไปนี้ อีกต่อไป
(1) ข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวไม่มีความจำเป็นตามวัตถุประสงค์ของการเก็บข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าว
(2) เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลได้เพิกถอนความยินยอมและไม่มีมูลเหตุทางกฎหมายอื่นใดในการ ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าว
(3) ข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวถูกประมวลผลโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย
5.4 สิทธิในการขอให้ระงับการใช้ข้อมูลส่วนบุคคล (Right to Restrict Processing)
เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลมีสิทธิขอให้ระงับการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าของข้อมูล ส่วนบุคคลในกรณีดังต่อไปนี้
(1) เมื่ออยู่ในช่วงเวลาที่ กองทุนฯ ทำการตรวจสอบตามที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลร้องขอให้แก้ไขข้อมูล ส่วนบุคคลของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลให้ถูกต้อง สมบูรณ์ และเป็นปัจจุบัน ด้วยกฎหมาย
(2) ข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลถูกเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยโดยมิชอบด้วยกฎหมาย
(3) เมื่อข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลหมดความจำเป็นในการเก็บรักษาไว้ตาม วัตถุประสงค์ที่ กองทุนฯ ได้แจ้งไว้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล แต่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลประสงค์ให้ กองทุนฯ เก็บรักษา ข้อมูลนั้นต่อไปเพื่อประกอบการใช้สิทธิตามกฎหมายของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล
(4) เมื่ออยู่ในช่วงเวลาที่กองทุนฯ กำลังพิสูจน์ให้เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลเห็นถึงเหตุอันชอบด้วยกฎหมาย ในการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล หรือตรวจสอบความจำเป็นในการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล เพื่อประโยชน์สาธารณะอันเนื่องมาจากการที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลได้ใช้สิทธิคัดค้านการเก็บรวบรวม ใช้ หรือ เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล
5.5 สิทธิในการคัดค้านการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล (Right to Object)
เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลมีสิทธิขอคัดค้านการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของตนด้วยเหตุผลที่ ชอบด้วยกฎหมายดังต่อไปนี้
(1) เพื่อดำเนินการตามภารกิจอันเป็นสาธารณประโยชน์หรือเพื่อการดำเนินการของหน่วยงานรัฐที่ ได้รับสิทธิเป็นผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลโดยสมบูรณ์
(2) เพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล
เมื่อมีการคัดค้านแล้วกองทุนฯ จะต้องพิสูจน์ความชอบธรรมของเหตุผลอันเป็นฐานของการประมวลผล ข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าว และระงับการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลจนกว่าจะดำเนินการแล้วเสร็จ
5.6 สิทธิที่จะเพิกถอนความยินยอม (Right to Withdraw Consent)
ในกรณีที่กองทุนฯ อาศัยความยินยอมในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลมีสิทธิในการเพิกถอนความยินยอมในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล ที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลได้ให้ความยินยอมกับกองทุนฯ ได้ตลอดระยะเวลาที่ข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลอยู่ในความครอบครองของกองทุนฯ ทั้งนี้ การเพิกถอนความยินยอมไม่ส่งผลกระทบต่อการประมวลผลที่ให้ความยินยอมไปแล้ว
อย่างไรก็ตาม ในกรณีที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลเพิกถอนความยินยอมเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลอาจได้รับผลกระทบไม่สามารถรับบริการที่การประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล จำเป็นต้องอาศัยฐานความยินยอม
5.7 สิทธิในการโอนย้ายข้อมูลส่วนบุคคล (Right to Data Portability)
เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลมีสิทธิขอรับข้อมูลส่วนบุคคลที่เกี่ยวกับตนเองในรูปแบบที่สามารถอ่านหรือ ใช้งานโดยทั่วไปได้ด้วยเครื่องมือหรืออุปกรณ์ที่ทำงานได้โดยอัตโนมัติ และสามารถใช้หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลได้ด้วยวิธีการอัตโนมัติ รวมทั้งมีสิทธิดังต่อไปนี้
(1) ขอให้ส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลของตนในรูปแบบดังกล่าวไปยังผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลอื่น เมื่อสามารถทำได้ด้วยวิธีการอัตโนมัติ
(2) ขอรับข้อมูลส่วนบุคคลที่ส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลในรูปแบบดังกล่าวไปยังผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลอื่นโดยตรง เว้นแต่โดยสภาพทางเทคนิคไม่สามารถกระทำได้
ข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวต้องเป็นข้อมูลส่วนบุคคลที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลได้ให้ความยินยอม ในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล หรือเป็นข้อมูลส่วนบุคคลที่ได้รับยกเว้นไม่ต้องขอความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล หรือเป็นข้อมูลส่วนบุคคลอื่นที่คณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลประกาศกำหนดตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562
5.8 สิทธิในการยื่นข้อร้องเรียน
หากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลมีความกังวลหรือมีข้อสงสัยเกี่ยวกับการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของ ตนโดย กองทุนฯโปรดติดต่อกองทุนฯ ตามที่กำหนดไว้ในประกาศนี้ ในกรณีที่มีการฝ่าฝืนกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครอง ข้อมูลส่วนบุคคล เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลมีสิทธิยื่นข้อร้องเรียนต่อสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูล ส่วนบุคคลได้
กองทุนฯ จะใช้ความพยายามอย่างเต็มความสามารถเพื่ออำนวยความสะดวกและดำเนินการตามคำร้องขอของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลโดยไม่ชักช้า เว้นแต่จะปรากฏข้อเท็จจริงว่าการดำเนินการตามคำร้องขอนั้น ก่อให้เกิดภาระแก่กองทุนฯ เกินสมควรหรือเสี่ยงต่อการละเมิดการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของผู้อื่น หรือเป็นการขัด ต่อกฎหมาย หรือกรณีที่เป็นการพ้นวิสัยในทางปฏิบัติตามคำร้องขอนั้น
6. การส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลไปยังต่างประเทศ
ในกรณีที่ กองทุนฯ ส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลไปต่างประเทศกองทุนฯจะดำเนินการเพื่อให้แน่ใจว่ากองทุนฯ ได้ส่ง หรือโอนไปยังประเทศปลายทาง องค์กรระหว่างประเทศ หรือผู้รับข้อมูลในต่างประเทศที่มีฐานในการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่เพียงพอ ในบางกรณีกองทุนฯ อาจขอความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลสำหรับการโอนข้อมูลส่วนบุคคลไปยังต่างประเทศ ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์การให้ความคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่ส่งหรือโอนไปยัง ต่างประเทศที่คณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลประกาศกำหนด เว้นแต่กรณีดังต่อไปนี้
(1) เป็นการปฏิบัติตามกฎหมาย
(2) ได้รับความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลโดยได้แจ้งให้เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลทราบถึงมาตรฐานการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ที่ไม่เพียงพอของประเทศปลายทางหรือองค์การระหว่างประเทศที่รับข้อมูล ส่วนบุคคลแล้ว
(3) เป็นการจำเป็นเพื่อการปฏิบัติตามสัญญาซึ่งเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลเป็นคู่สัญญาหรือเพื่อใช้ในการดำเนินการตามคำขอของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเข้าทำสัญญานั้น
(4) เป็นการกระทำตามสัญญาระหว่างผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลกับบุคคลหรือนิติบุคคลอื่นเพื่อประโยชน์ของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล
(5) เพื่อป้องกันหรือระงับอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย หรือสุขภาพของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลหรือบุคคลอื่นเมื่อเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ไม่สามารถให้ความยินยอมในขณะนั้นได้
(6) เป็นการจำเป็นเพื่อการดำเนินภารกิจเพื่อประโยชน์สาธารณะที่สำคัญ
7. ระยะเวลาในการเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคล
กองทุนฯ จะลบหรือทำลายหรือทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลเป็นข้อมูลที่ไม่สามารถระบุตัวบุคคลที่เป็นเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลได้ เมื่อข้อมูลส่วนบุคคลนั้นไม่เกี่ยวข้องหรือเกินความจำเป็นตามวัตถุประสงค์ในการประมวลผลข้อมูล ส่วนบุคคลนั้น หรืออาจเก็บต่อไปตามระยะเวลาที่จำเป็นเพื่อการปฏิบัติตามกฎหมายหรือตามอายุความทางกฎหมาย หรือเพื่อการก่อตั้งสิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย การปฏิบัติตามหรือใช้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย หรือการยกขึ้นต่อสู้ สิทธิเรียกร้องตามกฎหมายหรือเก็บไว้เป็นระยะเวลาห้าปีนับแต่วันสิ้นสุดระยะเวลาบังคับคดี หรือเพื่อเหตุอื่นตาม นโยบายและข้อกำหนดของ กองทุนฯและจะต้องทำลายข้อมูลส่วนบุคคลให้แล้วเสร็จภายในระยะเวลาหนึ่งปีนับแต่วัน พ้นกำหนดระยะเวลาการเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคล ทั้งนี้ กองทุนฯ อาจสงวนสิทธิในการพิจารณาจัดเก็บข้อมูล ส่วนบุคคลต่อไปเท่าที่จำเป็นเพื่อประโยชน์ในการใช้อ้างอิง
8.การรักษาความมั่นคงปลอดภัยข้อมูลส่วนบุคคล
กองทุนฯ จะดำเนินการเพื่อให้ข้อมูลส่วนบุคคลมีความถูกต้อง เป็นปัจจุบัน สมบูรณ์ ไม่ก่อให้เกิดความเข้าใจผิด และมีคุณภาพ รวมทั้งให้ความคุ้มครองและรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคลตามนโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่กองทุนฯ กำหนดเพื่อมิให้ข้อมูลส่วนบุคคลเกิดการรั่วไหลหรือการเข้าถึงโดยไม่ได้รับอนุญาตหรือถูกนำไปใช้โดยผู้ที่ไม่มีสิทธิหรือโดยมิชอบด้วยกฎหมาย
9.การมีส่วนร่วมของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล
กองทุนฯ อาจเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลก็ต่อเมื่อได้รับคำร้องขอจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล โดยส่งคำร้องขอการใช้สิทธิผ่านช่องทางการติดต่อกับกองทุนฯ หรือทางไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ ได้แก่ DPO@kkpf.com
ในกรณีที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล มีการคัดค้านการจัดเก็บ ความถูกต้อง หรือการกระทำใด ๆ เช่น การแจ้งปรับปรุงแก้ไขข้อมูลส่วนบุคคล กองทุนฯ จะดำเนินการบันทึกหลักฐานคำคัดค้านดังกล่าวไว้เป็นหลักฐานด้วย
กองทุนฯ อาจปฏิเสธคำขอการใช้สิทธิได้ตามกรณีที่มีกฎหมายกำหนด หรือในกรณีที่ข้อมูลส่วนบุคคลถูกทำให้ไม่ปรากฏชื่อหรือสิ่งบอกลักษณะอันสามารถระบุตัวเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลได้
10.ความรับผิดชอบของบุคคลซึ่งเป็นผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล
กองทุนฯ ได้กำหนดให้เจ้าหน้าที่เฉพาะผู้ที่มีหน้าที่เกี่ยวข้องในการจัดเก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูล ส่วนบุคคลของกิจกรรมการประมวลผลที่จะสามารถเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลได้ โดย กบข. จะดำเนินการให้เจ้าหน้าที่ปฏิบัติตามประกาศนี้อย่างเคร่งครัด
11.การเปลี่ยนแปลงแก้ไขประกาศเกี่ยวกับความเป็นส่วนตัว
กองทุนฯ อาจพิจารณาแก้ไขเพิ่มเติมประกาศนี้ได้ตามที่เห็นสมควรและจะแจ้งให้เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลทราบผ่านประกาศที่ได้ติดไว้ ณ อาคาร หรือช่องทางสื่อสารอื่น อย่างไรก็ตาม กองทุนฯ ขอแนะนำให้เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลตรวจสอบเพื่อรับทราบประกาศฉบับใหม่อย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะก่อนที่เจ้าของ ข้อมูลส่วนบุคคลจะเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลแก่กองทุนฯ
ในการเข้าใช้งานระบบงานต่าง ๆ หรือบริการภายใต้กิจกรรมการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลถือเป็นการรับทราบตามข้อตกลงในประกาศนี้หรือประกาศฉบับใหม่ที่ กองทุนฯ ได้แก้ไขเพิ่มเติมในอนาคต ถ้าหากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลไม่เห็นด้วยกับข้อตกลงในประกาศนี้หรือประกาศฉบับใหม่ เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลควรงดการเข้าใช้งานระบบงานต่าง ๆ หรือบริการภายใต้กิจกรรมการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของ กองทุนฯ ถ้าหากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลยังคงใช้งานหรือใช้บริการต่อไปหลังจากที่ประกาศนี้มีการแก้ไขเพิ่มเติมและประกาศในช่องทางข้างต้นแล้ว จะถือว่าเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลได้รับทราบการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวแล้ว
12.การติดต่อสอบถาม
เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลสามารถติดต่อกับ กองทุนฯ ในฐานะเป็นผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลหรือเจ้าหน้าที่ คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลได้ตามข้อมูลดังต่อไปนี้
(1) ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล
กองทุนรวมทรัพย์สินไทย 1 โดยบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนเกียรตินาคินภัทร จำกัด (กองทุน)
เลขที่ 209 อาคารเคเคพีทาวเวอร์ เอ ชั้น 17 ถนนสุขุมวิท 21 (อโศก) แขวงคลองเคย เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร
(2) เจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
กลุ่มธุรกิจการเงินเกียรตินาคินภัทร
เลขที่ 209 อาคารเคเคพีทาวเวอร์ เอ ชั้น 17 ถนนสุขุมวิท 21 (อโศก) แขวงคลองเคย เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110 หรือ DPO@kkpf.com
ประกาศเกี่ยวกับความเป็นส่วนตัว (Privacy Notice)
อาคารบางกอกซิตี้ ทาวเวอร์ และอาคารจีพีเอฟ วิทยุ
ประกาศเกี่ยวกับความเป็นส่วนตัว (Privacy Notice)
อาคารบางกอกซิตี้ ทาวเวอร์ และอาคารจีพีเอฟ วิทยุ
สำหรับผู้เช่าและผู้ใช้บริการ
อาคาร
บางกอกซิตี้ ทาวเวอร์ และอาคารจีพีเอฟ วิทยุ
โปรด Scan หรือคลิ๊ก Link ด้านล่างเพื่อนำท่านยังไป Website
CLICK >>
ประกาศเกี่ยวกับความเป็นส่วนตัวเกี่ยวกับการใช้กล้องโทรทัศน์วงจรปิด (CCTV)
สำหรับผู้เช่าและผู้ใช้บริการอาคารอับดุลราฮิม เพลส
ประกาศเกี่ยวกับความเป็นส่วนตัวเกี่ยวกับการใช้กล้องโทรทัศน์วงจรปิด (CCTV)
นโยบายความเป็นส่วนตัวเกี่ยวกับการใช้โทรทัศน์วงจรปิด (CCTV)
1.
ข้อมูลส่วนบุคคลที่
อาคาร
เก็บรวบรวม
2.
เหตุผลที่
อาคาร
เก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน
3.
ฐานทางกฎหมาย
4.
บุคคลที่
อาคาร
อาจเปิดเผยหรือถ่ายโอนข้อมูลส่วนบุคคลของท่านให้รับทราบ
5.
การถ่ายโอนข้อมูลส่วนบุคคลของคุณไปยังต่างประเทศ
6.
มาตรการด้านความปลอดภัย
7.
ระยะเวลาที่
อาคาร
เก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคล
8.
สิทธิของ
ท่าน
ในฐานะเจ้าของข้อมูล
9.
รายละเอียดการติดต่อ
1. ข้อมูลส่วนบุคคลที่ อาคาร เก็บรวบรวม
2. เหตุผลที่ อาคาร เก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน
3. ฐานทางกฎหมาย
4. บุคคลที่ อาคาร อาจเปิดเผยหรือถ่ายโอนข้อมูลส่วนบุคคลของท่านให้รับทราบ
5. การถ่ายโอนข้อมูลส่วนบุคคลของคุณไปยังต่างประเทศ
6. มาตรการด้านความปลอดภัย
7. ระยะเวลาที่ อาคาร เก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคล
8. สิทธิของ ท่าน ในฐานะเจ้าของข้อมูล
9. รายละเอียดการติดต่อ
อาคาร
(“
อาคาร
” หมายความถึงว่า
อาคารอับดุลราฮิม เพลส
,
อาคารบางกอกซิตี้ ทาวเวอร์ และอาคารจีพีเอฟ วิทยุ
)
มีการใช้งานอุปกรณ์โทรทัศน์วงจรปิด (
CCTV)
เพื่อเฝ้าสังเกตการณ์พื้นที่ที่กำหนดภายในหรือบริเวณโดยรอบตัวอาคาร
ศูนย์การค้
า และสถานที่ต่าง ๆ เพื่อให้ความคุ้มครองต่อชีวิต สุขภาพ และทรัพย์สิน โดยเรามีการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้า ผู้เช่า ผู้ใช้บริการ พนักงาน กรรมการ ผู้รับเหมา คนงาน ผู้เข้าเยี่ยม หรือบุคคลใด ๆ ที่เข้ามายังพื้นที่เฝ้าระวังภายในและโดยรอบบริเวณตัวอาคาร ศูนย์การค้า และสถานที่ต่าง ๆ (รวมกันเรียกว่า “ท่าน
”
หรือ “ของท่าน
”)
ผ่านการใช้งานอุปกรณ์โทรทัศน์วงจรปิด ทั้งนี้ นโยบายความเป็นส่วนตัวฉบับนี้แสดงข้อมูลเกี่ยวกับการดำเนินการของ
อาคาร
ในการเก็บรวบรวม ใช้ เปิดเผย และ/หรือถ่ายโอนข้อมูลอันสามารถระบุตัวบุคคลได้ (“ข้อมูลส่วนบุคคล
”)
เกี่ยวกับตัวท่าน โดย
อาคาร
อาจแก้ไขนโยบายฉบับนี้ได้ทุกเมื่อและจะแจ้งให้ท่านทราบถึงการแก้ไขดังกล่าวโดยวิธีการที่เหมาะสม
1.ข้อมูลส่วนบคุคลที่อาคารเก็บรวมรวม
อาคารจะทำการเก็บรวบรวมภาพเคลื่อนไหวรวมถึงภาพนิ่ง เสียงและภาพการเคลื่อนที่ของทรัพย์สินของท่าน เช่นยานพาหนะ ในขณะเข้าออกพื้นที่เฝ้าระวังในตัวอาคารหรือสถานที่ของอาคารผ่านอุปกรณ์โทรทัศน์วงจรปิด ("ข้อมูลโทรทัศน์วงจรปิด")
2.เหตุผลที่อคารเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน
อาคารอาจเก็บรวบรวม ใช้ เปิดเผย ถ่ายโอน และ/หรือดำเนินการใด ๆ อันรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียงการบันทึก การยึดครอง การดัดแปลง การเปลี่ยนแปลง การปรับเปลี่ยน การทำลาย การลบทิ้ง การตัดออกมาบางส่วน การกู้คืน การนำมารวมกัน การคัดลอก การส่งต่อ การจัดเก็บ การดึงออกมา การแก้ไข หรือการเพิ่มเติมเกี่ยวกับข้อมูลโทรทัศน์วงจรปิดของท่านรวมทั้งข้อมูลส่วนบุคคลอื่น ๆ อันเกี่ยวข้องกับตัวท่าน ทั้งนี้ เพื่อ “วัตถุประสงค์การตรวจติดตามโทรทัศน์วงจรปิด” ดังต่อไปนี้
(1) เพื่อคุ้มครองสุขภาพและความปลอดภัยส่วนบุคคลของท่าน รวมถึงทรัพย์สินของท่าน
(2) เพื่อคุ้มครองอาคาร สถานที่ และทรัพย์สินของอาคารจากความเสียหาย การทำลายล้าง การทำลายทรัพย์สิน และอาชญากรรมอื่น ๆ
(3) เพื่อสนับสนุนหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายในการยับยั้ง ป้องกัน สืบเสาะแกะรอย หรือการดำเนินคดีเกี่ยวกับอาชญากรรม
(4) เพื่อให้ความช่วยเหลือในการระงับข้อพิพาทซึ่งเกิดขึ้นในช่วงระยะเวลาการดำเนินการทางวินัยหรือกระบวนการร้องทุกข์ให้มีประสิทธิภาพ
(5) เพื่อให้ความช่วยเหลือในการสอบสวนหรือการดำเนินคดีเกี่ยวกับการร้องเรียนและการแจ้งเบาะแส และ
(6) เพื่อให้ความช่วยเหลือในการจัดให้มีหรือแสดงหลักฐานแก้ต่างในการดำเนินคดีทางแพ่ง ซึ่งรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียงการดำเนินคดีเกี่ยวกับการจ้างงาน
2.2 อาคารจะติดตั้งอุปกรณ์โทรทัศน์วงจรปิดในที่ที่มองเห็นได้ชัดเจน โดยอาคารจะไม่ติดตั้งอุปกรณ์โทรทัศน์วงจรปิดในบางพื้นที่ ได้แก่ ห้องเปลี่ยนเสื้อผ้า สุขา ห้องอาบน้ำ หรือบริเวณอื่นที่กำหนดให้เป็นพื้นที่พักผ่อนของเจ้าหน้าที่
2.3 อุปกรณ์โทรทัศน์วงจรปิดของอาคารทำงาน 24 ชั่วโมง ทุกวันตลอดทั้งปี และอาจจับการบันทึกเสียงด้วย
2.4 อาคารจะติดป้ายที่บริเวณจุดทางเข้าและทางออกและบริเวณพื้นที่เฝ้าระวังเพื่อแจ้งเตือนให้อาคารทราบว่ามีการใช้งานอุปกรณ์โทรทัศน์วงจรปิด
3. ฐานทางกฎหมาย
อาคารจะไม่เก็บรวบรวม ใช้ เปิดเผย ประมวลผล ถ่ายโอน และ/หรือดำเนินการใด ๆ ซึ่งรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียงการบันทึก การยึดครอง การดัดแปลง การเปลี่ยนแปลง การปรับเปลี่ยน การทำลาย การลบทิ้ง การตัดออกมาบางส่วน การกู้คืน การนำมารวมกัน การคัดลอก การส่งต่อ การจัดเก็บ การดึงออกมา การแก้ไข หรือการเพิ่มเติมเกี่ยวกับข้อมูลโทรทัศน์วงจรปิดของท่านรวมทั้งข้อมูลส่วนบุคคลอื่น ๆ อันเกี่ยวข้องกับตัวท่านโดยไม่ได้รับความยินยอม เว้นแต่เพื่อเหตุดังต่อไปนี้
(1) ฐานประโยชน์สำคัญต่อชีวิต
เป็นความจำเป็นสำหรับอาคารที่จะต้องป้องกันหรือยับยั้งอันตรายอันเกิดแก่ชีวิต ร่างกาย หรือสุขภาพของบุคคลหนึ่ง ๆ
(2) ฐานประโยชน์อันชอบธรรม เป็นประโยชน์อันชอบธรรมของอาคารในการปกป้องคุ้มครองสุขภาพ ความปลอดภัยส่วนบุคคลและทรัพย์สินของคุณ รวมทั้งอาคาร สถานที่ และทรัพย์สินของอาคาร และเพื่อดำเนินการอื่นใดเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์การตรวจติดตามโทรทัศน์วงจรปิด ทั้งนี้ อาคารจะพยายามอย่างต่อเนื่องในการรักษาสมดุลซึ่งประโยชน์อันชอบธรรมของอาคารและของบุคคลภายนอกที่เกี่ยวข้องใด ๆ แล้วแต่กรณี และสิทธิและเสรีภาพขั้นพื้นฐานของท่านเกี่ยวกับข้อมูลโทรทัศน์วงจรปิดที่เกี่ยวข้องกับตัวท่าน นอกจากนั้น อาคารจะทำการกำหนดขั้นตอนที่จำเป็นในการบรรลุการสร้างความสมดุลเท่าเทียมแห่งสิทธิตามความเหมาะสม
(3) ฐานหน้าที่ตามกฎหมาย อาคารมีหน้าที่ต้องปฏิบัติตามหน้าที่ทางกฎหมายตามที่กฎหมายที่ใช้บังคับได้กำหนดไว้ ซึ่งรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียง กฎหมายว่าด้วยความปลอดภัยและสิ่งแวดล้อมในสถานที่ทำงาน ทั้งนี้ อาคารถือว่าการใช้โทรทัศน์วงจรปิดเป็นมาตรการที่จำเป็นในการที่อาคารจะสามารถปฏิบัติตามพันธะผูกพันเหล่านั้นได้
4. บุคคลที่อาคารอาจเปิดเผยหรือถ่ายโอนข้อมูลส่วนบุคคลของท่านให้รับทราบ
4.1 อาคารจะเก็บรักษาข้อมูลโทรทัศน์วงจรปิดที่เกี่ยวข้องกับท่านไว้เป็นความลับและจะไม่เปิดเผยหรือถ่ายโอนข้อมูลดังกล่าวเว้นแต่เป็นการเปิดเผยหรือถ่ายโอนให้กับอาคารแม่ อาคารย่อย อาคารในเครือ และบุคคลภายนอกที่ได้มีการคัดเลือกอย่างระมัดระวังแล้วเท่านั้นทั้งในปัจจุบันและนอนาคต ผู้รับสัมปทาน หุ้นส่วนกิจการร่วมค้า และ/หรือผู้ให้บริการต่าง ๆ ที่อาจมีที่ตั้งอยู่ในต่างประเทศ เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์การตรวจติดตามโทรทัศน์วงจรปิด ดังกำหนดในนโยบายฉบับนี้
4.2 บุคคลภายนอกที่อาคารทำการเปิดเผยข้อมูลโทรทัศน์วงจรปิดรวมถึงข้อมูลส่วนบุคคลอื่น ๆ เกี่ยวกับตัวท่านให้ได้รับทราบนั้น ได้แก่
(1) กลุ่มอาคารและอาคารในเครือของอาคาร อาคารอาจเปิดเผยหรือถ่ายโอนข้อมูลโทรทัศน์วงจรปิดและข้อมูลส่วนบุคคลอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับท่านให้แก่กลุ่มอาคารและอาคารในเครือ ซึ่งถือเป็นส่วนหนึ่งแห่งประโยชน์อันชอบธรรมของอาคารและประโยชน์ของอาคารในเครือ เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์การตรวจติดตามโทรทัศน์วงจรปิด
(2) หน่วยงานของรัฐและ/หรือหน่วยงานกำกับดูแล อาคารอาจเปิดเผยหรือถ่ายโอนข้อมูลโทรทัศน์วงจรปิดและข้อมูลส่วนบุคคลอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับท่านเพื่อปฏิบัติตามหน้าที่ทางกฎหมาย หรือเพื่อสนับสนุนหรือช่วยเหลือหน่วยงานการบังคับใช้กฎหมายเกี่ยวกับการสืบสวนและการฟ้องร้องดำเนินคดีทั้งทางแพ่งและอาญา
(3) ผู้ให้บริการที่เป็นบุคคลนอก อาคารอาจเปิดเผยหรือถ่ายโอนข้อมูลโทรทัศน์วงจรปิดและข้อมูลส่วนบุคคลอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับท่านให้แก่ผู้ให้บริการที่เป็นบุคคลนอกตามขั้นตอนที่จำเป็นของอาคารเพื่อให้มั่นใจว่าอาคารได้ให้การปกป้องคุ้มครองสุขภาพ ความปลอดภัยส่วนบุคคล และทรัพย์สินของท่าน
5. การถ่ายโอนข้อมูลส่วนบุคคลของคุณไปยังต่างประเทศ
5.1 อาคารอาจเปิดเผยหรือโอนข้อมูลโทรทัศน์วงจรปิดของท่านไปยังบุคคลที่สามหรือผู้บริการที่ตั้งอยู่ในต่างประเทศ ซึ่งถือเป็นส่วนหนึ่งในขั้นตอนที่มีความจำเป็นในการรับรองด้านสุขภาพ ความปลอดภัยส่วนบุคคล ตลอดจนทรัพย์สินของท่าน ทั้งนี้ การเปิดเผยหรือการถ่ายโอนซึ่งข้อมูลดังกล่าวนั้นจะกระทำโดยได้รับความยินยอมจากท่านเท่านั้น เว้นแต่มีฐานทางกฎหมายที่บังคับใช้อื่นใด (เช่น การปฏิบัติเงื่อนไขแห่งสัญญาระหว่างอาคารกับบุคคลอื่นเพื่อประโยชน์ของตัวท่านเอง) ตามที่กฎหมายที่ใช้บังคับพึงอนุญาต
5.2 หากข้อมูลส่วนบุคคลของท่านจากโทรทัศน์วงจรปิดถูกถ่ายโอนไปยังประเทศปลายทางที่มีมาตรฐานการคุ้มครองข้อมูลไม่เพียงพอตามกฎหมายที่ใช้บังคับเกี่ยวกับการคุ้มครองข้อมูลในประเทศไทย อาคารจะดำเนินการที่จำเป็นเพื่อคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของท่านที่มีการถ่ายโอนไปยังบุคคลอื่นในต่างประเทศ เพื่อให้มีมาตรฐานระดับเดียวกันในการคุ้มครองข้อมูลโทรทัศน์วงจรปิดของท่าน และเป็นไปตามกฎหมายที่ใช้บังคับเกี่ยวกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่มีผลบังคับใช้ในขณะนั้น
6. มาตรการด้านความปลอดภัย
6.1 อาคารใช้มาตรการด้านความปลอดภัยเชิงการจัดการ เชิงเทคนิค และเชิงบริหารเพื่อป้องกันข้อมูลโทรทัศน์วงจรปิดและข้อมูลส่วนบุคคลที่เกี่ยวข้องกับท่านจากการทำลาย ความสูญเสีย การเข้าถึง การใช้งาน การแก้ไขเปลี่ยนแปลง หรือการเปิดเผยโดยมิได้ตั้งใจ โดยมิชอบด้วยกฎหมาย หรือโดยมิได้รับอนุญาต
6.2 อาคารจะพิจารณาทบทวนและปรับปรุงมาตรการด้านความปลอดภัยเป็นครั้งคราวตามความจำเป็นหรือตามการพัฒนาของเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้มั่นใจได้ถึงมาตรการความปลอดภัยที่เหมาะสมและมีประสิทธิภาพ และเพื่อให้สอดคล้องกับขั้นต่ำของข้อกำหนดทางกฎหมายตามที่หน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องได้กำหนดขึ้น
7. ระยะเวลาที่อาคารเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคล
อาคารเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของท่านจากโทรทัศน์วงจรไว้ในระบบของอาคารเป็นเวลานานเท่าที่อาคารจำเป็นต้องใช้ข้อมูลนั้น เพื่อดำเนินการให้บรรลุวัตถุประสงค์การตรวจติดตามโทรทัศน์วงจรปิดตามที่กำหนดไว้ในนโยบายฉบับนี้ เมื่อกฎหมายที่ใช้บังคับไม่อนุญาตให้อาคารจัดเก็บข้อมูลโทรทัศน์วงจรปิดของคุณอีกต่อไป อาคารจะดำเนินการลบข้อมูลนั้นออกจากระบบและบันทึกของอาคารทั้งนี้ ในกรณีที่มีการดำเนินการทางคดีหรือทางวินัยเกิดขึ้น ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านจากโทรทัศน์วงจรปิดอาจถูกจัดเก็บไว้จนกว่าการดำเนินการดังกล่าวจะสิ้นสุด ซึ่งรวมถึงระยะเวลาสำหรับการยื่นอุทธรณ์ และจะดำเนินการลบทิ้งหรือจัดเก็บถาวรข้อมูลนั้นตามที่กฎหมายที่ใช้บังคับพึงอนุญาตให้กระทำได้
8. สิทธิของท่านในฐานะเจ้าของข้อมูล
ภายใต้เงื่อนไขแห่งกฎหมายที่บังคับใช้และข้อยกเว้นแห่งกฎหมายนั้น ท่านอาจมีสิทธิดังต่อไปนี้
1) การเข้าถึง ท่านอาจมีสิทธิในการเข้าถึงหรือร้องขอสำเนาข้อมูลส่วนบุคคลที่อาคารเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยเกี่ยวกับท่าน ทั้งนี้ เพื่อความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัยของตัวท่านเอง อาคารอาจจำเป็นต้องให้คุณพิสูจน์อัตลักษณ์บุคคลก่อนให้ข้อมูลที่มีการร้องขอมาแก่ท่าน
2) การแก้ไข ท่านอาจมีสิทธิขอให้มีการแก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลที่อาคารเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยเกี่ยวกับท่าน ซึ่งเป็นข้อมูลที่ไม่สมบูรณ์ ไม่ถูกต้อง ทำให้เกิดความเข้าใจผิด หรือไม่เป็นปัจจุบันได้
3) การโอนย้ายข้อมูล ท่านอาจมีสิทธิขอรับข้อมูลส่วนบุคคลที่อาคารถือครองอยู่เกี่ยวกับท่านได้ทั้งรูปแบบเชิงโครงสร้างและรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ และมีสิทธิส่งหรือถ่ายโอนข้อมูลดังกล่าวให้กับผู้ดูแลข้อมูลอีกคนหนึ่งได้ ตราบใดที่ข้อมูลนั้นเป็นข้อมูลส่วนบุคคลที่ท่านได้ให้ไว้กับอาคาร และอาคารได้ทำการประมวลผลข้อมูลดังกล่าวโดยอาศัยความยินยอมจากท่านหรือมีการทำสัญญากับท่าน
4) การคัดค้าน ท่านมีสิทธิคัดค้านการเก็บรวบรวม การใช้ และการเปิดเผยซึ่งข้อมูลส่วนบุคคลของท่านได้ เช่น การคัดค้านการทำการตลาดทางตรง
5) การยับยั้ง ท่านอาจมีสิทธิยับยั้งการใช้งานข้อมูลส่วนบุคคลของท่านในบางกรณี
6) การเพิกถอนความยินยอม ท่านมีสิทธิเพิกถอนความยินยอมในการเก็บรวมรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านได้ทุกเมื่อ เพื่อวัตถุประสงค์ที่ท่านได้ให้ความยินยอมแก่อาคารในการเก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน
7) การลบทิ้ง ท่านมีสิทธิขอให้อาคารลบทิ้งข้อมูลส่วนบุคคลของท่านที่อาคารเก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผยเกี่ยวกับท่านหรือทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลนั้นไม่สามารถระบุชี้ตัวบุคคลได้ เว้นแต่อาคารไม่มีพันธะผูกพันที่ต้องกระทำการเช่นนั้นหากอาคารจำเป็นต้องเก็บรักษาข้อมูลนั้นไว้เพื่อปฏิบัติตามพันธะผูกพันตามกฎหมาย หรือเพื่อตั้งหลักฐาน ดำเนินการ หรือป้องการการเรียกร้องทางกฎหมาย
8) ยื่นข้อร้องเรียน ท่านอาจมีสิทธิยื่นข้อร้องเรียนต่อส่วนราชการที่มีอำนาจหน้าที่ เมื่อท่านมีเหตุอันเชื่อได้ว่าการที่อาคารเก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านนั้นเป็นไปโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่เป็นไปตามกฎหมายที่บังคับใช้ว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูล
9. รายละเอียดการติดต่อ
หากท่านมีข้อกังวลหรือข้อสงสัยเกี่ยวกับนโยบายฉบับนี้
หรือหากต้องการใช้สิทธิของท่านในข้อมูลโทรทัศน์วงจรปิด กรุณาติดต่อ
Building Management / สำนักงานบริหารอาคาร
Abdulrahim Place อับดุลราฮิม เพลส Tel. 02-636-1308 - 10
Bangkok City Tower บางกอกซิตี้ ทาวเวอร์ Tel. 02-287-1236 – 7
GPF Witthayu Towers จีพีเอฟ วิทยุ ทาวเวอร์ Tel. 02-651-5800 – 4